คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพรากเด็กอายุ ๑๒ ปีไปจากบิดามารดาผู้ปกครองโดยปราศจากเหตุอันสมควร
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปาก แล้วงดสืบพยานโจทก์จำเลย วินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยไม่มีเจตนาร้าย พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยและผู้เสียหายต่างสมัครใจไปทำงาน พฤติการณ์ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้พรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครอง พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่มีเจตนาร้ายศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยและผู้เสียหายต่างคนต่างสมัครใจไปทำงานด้วยกันจำเลยไม่ได้เป็นผู้พรากผู้เสียหายไปจากผู้ปกครอง เป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง แม้จะฟังข้อเท็จจริงต่างกันก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๙ (ตามฎีกาที่ ๘๘๗/๒๕๐๓)
โจทก์ฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.