Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

(หมายเหตุ. ผลแห่งคดีนี้มีว่า ถ้าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304(1) ราษฎรผู้เข้ายึดถือมีสิทธิฟ้องคนอื่นได้) คดีที่ฎีกาได้ฉะเพาะข้อกฎหมาย การอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาในฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยข้อกฎหมายนั้นต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟัง มิฉะนั้นศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ กรณีที่ศาลฎีกาแปลความมุ่งหมายแห่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งไม่ใช่ฟังข้อเท็จจริงเอาเอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 203-205 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะอาชญา พ.ศ.2475 มาตรา 6-8

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทที่จำเลยจอดแพอยู่นั้นเป็นที่อยุ่นอกเขตต์โฉนดของโจทก์แลเป็ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ม.๑๓๐๔ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทโดยโจทก์อ้างว่าเป็นที่โจทก์ปกครองมาช้านานนั้น โจทก์ฎีกาว่าที่รุกร้างว่าเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา ๑๓๐๔ อนุมาตรา ๑ โจทก์มีสิทธิเข้ายึดถือปกครองได้ตามมาตรา ๑๓๓๔

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้ชี้ให้ชัดว่าเป็นที่สาธารณสมบัติตามอนุมาตรา ๑ ซึ่งเป็นที่รกร้างว่างเปล่าแล้วก็เป็นปัญหากฎหมายดั่งโจทก์ฎีกามา แต่เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยยืนตามศาลล่างว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณประโยชน์ตามอนุมาตรา ๒ ฉะนั้นข้อเท็จจริงที่โจทก์อ้างในฎีกาเพื่อให้วินิจฉัยข้อกฎหมาย จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา จึงไม่รับฎีกาโจทก์ไว้วินิจฉัยให้ยกฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · มนธา · พลางกูร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - พระดุลยนิติฯ
ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมสันติฯ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้