Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์อยู่กินกับจำเลยฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนและมีบุตรด้วยกัน โจทก์ซึ่งเป็นมารดามีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงบุตรผู้เยาว์รวมเข้ามาในคดีเดียวกับที่ขอให้จำเลยรับรองบุตรได้ ไม่ต้องฟ้องขอให้รับบุตรจนมีคำพิพากษาถึงที่สุดเสียขั้นหนึ่งก่อน ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์นั้น โจทก์มีสิทธิเรียกร้องได้นับแต่วันคำพิพากาาว่าเด็กเป็นบุตรถึงที่สุด ส่วนค่าเลี้ยงดูที่โจทก์จ่ายไปตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกร้างกับโจทก์ จนถึงวันฟ้องนั้นบังคับให้ไม่ได้ ในชั้นศาลอุทธรณ์จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้เรื่องฟ้องเคลือบคลุม จำเลยยกปัญหานี้ขึ้นมาในชั้นฎีกาจึงเป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยได้แต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยา ไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน ๒ คน ยังเป็นผู้เยาว์ทั้งสองคน จำเลยเป็นผู้แจ้งการเกิดให้ใช้นามสกุล ให้การอุปการะเลี้ยงดู ให้การศึกษา และรับรองว่าเป็นบุตร ปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๗ โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน บุตรทั้งสองอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของโจทก์ จำเลยไม่เคยส่งเสียค่าอุปการะเลี้ยงดุบุตรทั้งสอง ทั้ง ๆ ที่จำเลยมีฐานะดี ส่วนโจทก์มีฐานะยากจนลง ต้องกุ้เงินผู้มีชี่อมาใช้จ่ายเลี้ยงดูบุตรทั้งสองและให้การศึกษาเป็นเงินไม่น้อยกว่า ๒๔,๐๐๐๐ บาท ซึ่งจำเลยต้องรับผิดครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์ขอให้จำเลยไปจดทะเบียนรับรองบุตรทั้งสอง จำเลยผัดผ่อนไม่มีที่สิ้นสุด

โจทก์ขอให้จำเลยอุปการะเลี้ยงดูเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยจดทะเบียนรับรองบุตรทั้งสองเป็นของจำเลยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากจำเลยไม่ยอมให้ ถือเอาคำพิพากาาของศาลล่างเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองนับแต่วันฟ้อง จนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะในอัตราเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้อยู่กินฉันสามีภรรยากับโจทก์ บุตรทั้งสองไม่ใช่บุตรของจำเลย จำเลยไม่ได้แจ้งการเกิด ไม่ได้อนุญาตให้ใช้นามสกุล ไม่เคยให้การอุปการะเลี้ยงดู โจทก์ไม่เคยขอร้องให้จำเลยจดทะเบียนรับรองบุตร จำเลยไม่ต้องรับผิดอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ค่าอุปการะเลี้ยงดูเกินกว่าที่จำเป็นและเกินกว่าฐานะของจำเลยที่จะปฏิบัติได้ โจทก์มิได้กำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดุว่ามีอะไรบ้าง ฟ้องโจทก์จึงเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องบุตรทั้งสองของโจทก์ เกิดระหว่างโจทก์กับจำเลยอยู่กินกันฉันสามีภรรยา ให้จำเลยจดทะเบียนรับรองบุตรทั้งสอง หากจำเลยไม่ยินยอมให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายเลี้ยงดุบุตรแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทั้งสองเป็นรายเดือนคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน นับแต่วันฟ้องจนกว่าบุตรทั้งสองจะมีอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูบุตรแก่โจทก์เป็นเงิน ๗,๒๐๐ บาท ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดุบุตรทั้งสองเป็นรายเดือนคนละ ๓๐๐ บาทต่อเดือน นับแต่วันฟ้องจนกว่าบุตรทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะเว้นแต่พฤติการณ์จะเปลี่ยนแปลงไป ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยชำระค่าใช้จ่ายเลี้ยงดุบุตรแก่โจกท์และให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดุบุตรทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และจำเลยพร้อมกันไป ปัญหาประการแรกที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูเพราะศาลยังมิได้พิพากษาว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของจำเลย

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้เยาว์ทั้งสองรวมเข้ามาในคดีเดียวกับที่ขอให้จำเลยรับรองบุตรย่อมทำได้ไม่มีกฎหมายห้าม โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องต่อจากเรื่องการรับรองบุตร การฟ้องคดีสะดวกขึ้นไม่เยิ่นเย้อที่ต้องฟ้องคดี ขอให้รับรองบุตรจนมีคำพิพากษาถึงทีสุดเสียชั้นหนึ่งก่อน แล้วจึงมาฟ้องขอค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกภายหลัง

อนึ่ง การฟ้องคดีรวมกันมาก็ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีอย่างใด เพราะคดีมี ๒ ประเด็น ถ้าประเด็นข้อรับรองบุตรฟังไม่ได้เสียแล้ว ประเด็นข้อค่าอุปการะเลี้ยงดูก็ไม่ต้องวินิจฉัยไปในตัว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูรวมกันมากับขอให้รับรองบุตรได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ปัญหาประการต่อมา

จำเลยฎีกาวาผู้เยาว์ทั้งสองไม่ใช่บุตรของจำเลย ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของจำเลย ที่โจทก์ฎีกาเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรโดยโจทก์ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรากจำเลยรวม ๒ รายการ คือค่าเลี้ยงดูที่โจทก์ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันจำเลยเลิกร้างกับโจทก์ จนถึงวันฟ้องเป็นเวลา ๓ ปี จำนวนเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท และค่าเลี้ยงดูตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าบุตรผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะอีกเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท

ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๓๐ (๓) (เดิม) บัญญัติว่า "ถ้ามีคำพิพากษาว่าเป็นบุตรก็ให้มีผลนับแต่วันพิพากษาคดีถึงที่สุด?." ค่าเลี้ยงดูที่โจทก์ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันจำเลยเลิกร้างกับโจทก์จนถึงวันฟ้องจึงบังคับให้ไม่ได้ โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดู บุตรผู้เยาว์ทั้งสองนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด กำหนดให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดุบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นรายเดือนคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมนั้น จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรแก่ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นรายเดือนคนละ ๕๐๐ บาทต่อเดือน นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ วราภรณ์ · ยง โรจนสุพจน์ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ - นายสุรพล เตชะกำจร
ศาลอุทธรณ์ - นายสุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้