Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงในวิธีการชำระราคาและข้อตกลงให้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ซื้อขายให้โอนไปเมื่อใดนั้น ไม่ใช่ข้อตกลงพิเศษนอกเหนือสัญญาและไม่มีข้อกฎหมายบังคับว่า ข้อตกลงเช่นนี้จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ข้อตกลงเช่นว่านั้นมีผลใช้บังคับได้ ดังนั้นเมื่อบุคคลอื่นได้ทรัพย์นี้ไปและทรัพย์นั้นได้มาระหว่างกันเป็นทอดๆ ไม่ใช่ในท้องตลาดแม้จะได้มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก็ตาม ก็หาได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 1329 และ 1332 ไม่โจทก์จำเลยตกลงกัน ให้โจทก์กู้เงินจากคนภายนอกมาซื้อโต๊ะบิลเลียดและเครื่องอุปกรณ์มอบให้จำเลยไปแล้ว ให้จำเลยรับชำระหนี้เงินกู้แก่บุคคลภายนอกแทนโจทก์ จำเลยชำระหนี้เสร็จและได้รับสัญญากู้คืนมาเมื่อใดให้โต๊ะบิลเลียดตกเป็นกรรมสิทธิแก่จำเลย เมื่อจำเลยผ่อนส่งต้นเงินแทนโจทก์ไปบ้างแล้วคงค้างอีก 6,000 บาท จำเลยจะอ้างว่าราคาโต๊ะอีก 6,000 บาทที่ค้างนี้ได้แปลงเป็นหนี้เงินกู้แล้วไม่ได้ เพราะหนี้เงินกู้นั้นเป็นหนี้ที่โจทก์กู้มาแต่แรกซึ่งจำเลยเพียงแต่รับปากว่าจะชำระแทนโจทก์เท่านั้น หาใช่ว่าได้แปลงหนี้ค่าโต๊ะบิลเลียดกับเครื่องอุปกรณ์มาเป็นสัญญากู้ยืมเงินให้จำเลยต้องรับผิดต้องชำระเงินกู้นั้นไม่ กรรมสิทธิ์ในโต๊ะยังอยู่กับโจทก์ โจทก์มีสิทธิติดตามเอาคืนมาได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ ชั้นแรกโจทก์ฟ้องนายบุญส่งกับนางแบบโดยกล่าวว่าโจทก์กับนายแดงตกลงซื้อขายโต๊ะบิลเลียดของโจทก์เป็นราคา 10,000 บาท โดยวิธีผ่อนส่งและให้โจทก์ทำสัญญากู้เงินนางถนอมมา 10,000 บาท โดยเอาโต๊ะบิลเลียดเป็นประกัน แต่ให้นายแดงรับใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแทนโจทก์ทั้งสิ้น เมื่อนายแดงชำระต้นเงิน ดอกเบี้ยเสร็จได้รับสัญญากู้คืนมาเมื่อใด โต๊ะบิลเลียดจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของนายแดงเด็ดขาด นายแดงผ่อนส่งต้นเงินแทนโจทก์ได้ 4,000 บาท กับดอกเบี้ยถึงสิ้นปี 2492 แล้วไม่ส่งอีก แล้วขายโต๊ะบิลเลียดให้กับจำเลยทั้ง 2 จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าโต๊ะบิลเลียดเป็นของโจทก์ อย่าให้จำเลยขัดขวางในการที่โจทก์จะขนเอามามิฉะนั้นให้จำเลยชำระราคาที่ค้าง 6,000 บาทแทนนายแดงนายบุญส่งจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่ารับซื้อโต๊ะรายนี้จากจำเลยที่ 2 ในตลาดเปิดเผยโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน

หากโจทก์จะรับคืนก็ต้องชำระราคาให้จำเลยที่ 1 อย่างน้อย 10,000 บาทนางแนบจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าโต๊ะตามฟ้องโจทก์ได้ขายให้นายแดงไปแล้วและจำเลยได้ซื้อจากนายแดงโดยสุจริตและเปิดเผยทั้งได้ชำระเงินแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดเมื่อจำเลยทั้งสองให้การแล้วศาลให้เรียกนายแดงเข้ามาในคดีตามโจทก์ขอนายแดงจำเลยที่ 3 ต่อสู้ว่า โจทก์ขายโต๊ะนี้ให้จำเลยที่ 3 เป็นเงิน 10,000 บาท จำเลยที่ 3 ได้ชำระแล้ว 4,000 บาทส่วนที่ค้างได้แปลงเป็นเงินกู้ ซึ่งถือได้ว่าจำเลยได้ชำระคาให้โจทก์ครบถ้วนแล้ว กรรมสิทธิ์ในทรัพย์รายนี้จึงได้โอนไปยังจำเลยที่ 3 ตั้งแต่ขณะที่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันศาลแพ่งฟังว่านายแดงจำเลยที่ 3 เพียงได้ตกลงมีสัญญาจะซื้อขายโต๊ะบิลเลียดกับโจทก์

กรรมสิทธิ์ในโต๊ะยังไม่โอนมาเป็นของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 ยังค้างชำระราคาอยู่อีก 6,000 บาทส่วนจำเลยที่ 2 ซื้อโต๊ะรายนี้จากจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3ซื้อจากจำเลยที่ 2 อีกต่อหนึ่งโดยมีค่าตอบแทนและสุจริตสิทธิของจำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงไม่เสียไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1329 และจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่จำต้องคืนโต๊ะรายนี้ให้โจทก์ เว้นแต่โจทก์จะชดใช้ราคาที่ซื้อมาตามมาตรา 1332พิพากษาให้นายแดงจำเลยที่ 3 ใช้เงิน 6,000 บาทพร้อมค่าธรรมเนียมและค่าทนายให้โจทก์ ถ้าโจทก์ไม่ประสงค์จะบังคับจำเลยที่ 3 โดยจะเอาโต๊ะบิลเลียดคืนจากนายบุญส่งจำเลยที่ 1 ก็ต้องชดใช้ราคาที่นายบุญส่งซื้อมา 1,500 บาท ส่วนนางแนบจำเลยที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องครอบครองโต๊ะนี้จะบังคับมิได้จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าข้อสัญญาระหว่างโจทก์ กับจำเลยที่ 3 เป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดจริง และข้อตกลงในวิธีการชำระราคาและข้อตกลงให้กรรมสิทธิ์โอนไปเมื่อใดซึ่งจำเลยที่ 1 ฎีกาอ้างว่าเป็นข้อตกลงพิเศษนอกเหนือสัญญาจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้นเห็นว่าไม่ใช่ข้อตกลงพิเศษนอกเหนือสัญญา และไม่มีกฎหมายบังคับว่าข้อตกลงเช่นนี้จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใด ส่วนฎีกาของจำเลยที่ว่าราคาโต๊ะที่ค้างอีก 6,000 บาท ได้แปลงเป็นหนี้เงินกู้แล้วนั้นก็ไม่ถูกต้องตามความจริง เพราะหนี้เงินกู้นั้นเป็นหนี้ที่โจทก์กู้ยืมนางถนอมมาแต่แรกและโจทก์ ก็ยังคงต้องรับผิดตามสัญญากู้ยืมนั้นอยู่ หาใช่ว่าได้แปลงหนี้ค่าโต๊ะกับเครื่องอุปกรณ์มาเป็นสัญญากู้ยืมเงินให้จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้เงินกู้นั้นไม่เพียงแต่จำเลยที่ 3 รับปากจะใช้หนี้เงินกู้แทนโจทก์เท่านั้นไม่เป็นหลักฐานให้ถือเป็นการที่จำเลยที่ 3 ได้ชำระหนี้ค่าโต๊ะกับเครื่องอุปกรณ์รายพิพาทเสร็จสิ้นแล้วโต๊ะบิลเลียดกับเครื่องอุปกรณ์ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์อยู่โจทก์มีสิทธิติดตามและเอาคืนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 และปรากฏว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ซื้อมาจากจำเลยที่ 3 แล้วจำเลยที่ 1 ได้ซื้อไว้จากจำเลยที่ 2 อีกต่อหนึ่ง

หาใช่ว่าจำเลยที่ 1 ได้ซื้อทรัพย์พิพาทในท้องตลาดดังข้อต่อสู้ไม่ กรณีต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 1332 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อจำเลยที่ 3 ผิดสัญญาต่อโจทก์ ๆ ก็มีสิทธิติดตามและเอาคืนได้ตามมาตรา 1336 ที่ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 มีสิทธิตามมาตรา 1329 ด้วยนั้น หาต้องด้วยรูปคดีไม่ ที่ศาลแพ่งพิพากษาให้โจทก์ชดใช้ราคาทรัพย์พิพาทแก่จำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,500 บาท และโจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาเป็นผลดีแก่จำเลยที่ 1 อยู่แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · นนทปัญญา · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12162/2553

การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท มิได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ไปจดทะเบียนโอนรถยนต์คันพิพาท จำเลยที่ 2 รับซื้อรถยนต์คันพิพาทจากจำเลยที่ 1 ที่กระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4072/2541

จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายแม่พันธุ์โคนมจากโจทก์โดยได้รับแม่พันธุ์โคนมไปถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาแล้วและนับแต่ทำสัญญา จำเลยชำระค่าแม่พันธุ์โคนมให้แก่โจทก์เพียง 2 งวดเท่านั้น เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6500/2540

โจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทมาโดยสุจริตจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพ่อค้า ประกอบธุรกิจซื้อขายรถยนต์ แต่เพิ่งทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของในช่วงระยะเวลาหลังจากที่โจทก์ได้รับมอบรถยนต์จากจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4933/2533

สัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาท มีเงื่อนไขเฉพาะวิธีการชำระราคาให้ชำระเป็นเช็ค 2 งวด หากผิดเงื่อนไขยอมให้ผู้ขายยึดรถคืนได้โดยไม่ได้ระบุว่าให้กรรมสิทธิ์โอนไปเมื่อผู้ขายได้รับชำระราคาครบถ้วน แล้ว เช่นนี้เป็นสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3396/2529

จำเลยที่ 3 เป็นพนักงานสอบสวน ในการสืบสวนสอบสวนจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวบรวมหลักฐานและดำเนินการทั้งหลายเกี่ยวกับความผิดเพื่อทราบข้อเท็จจริง พิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทำผิดมาฟ้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้