Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1236/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 3 ขับรถยนต์โดยสารชนรถจักรยานยนต์โจทก์ เป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย แม้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถจะระบุชื่อผู้อื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุประกอบการขนส่งผู้โดยสาร โดยมีจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้างในขณะเกิดเหตุ การที่จำเลยที่ 4 พนักงานขับรถ ใช้ให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นพนักงานเก็บเงินค่าโดยสารขับรถยนต์โดยสารไปส่งผู้โดยสารแทนนั้น เป็นการแสดงออกชัดว่าจำเลยที่ 4 ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนตนในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถยนต์ ฉะนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับความรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอันเกิดจากการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 3 เช่นนี้ กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 420 , 425 , 427 , 797 และ 820 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของและครอบครองรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 10 - 1610 เชียงราย โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจจัดการ ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานขับรถยนต์โดยสารจากเชียงรายมุ่งหน้ายังอำเภอพาน มีจำเลยที่ 3 เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสาร เมื่อมาถึงตลาดอำเภอพาน จำเลยที่ 4 มีธุระจึงให้จำเลยที่ 3 เป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารต่อไป จำเลยที่ 3 ขับรถยนต์โดยสารในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์เป็นเหตุให้บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย และรถจักรยานยนต์ของโจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 234,212 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันทำละเมิดจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน 214,412 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา คดีจึงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 3 เป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อและต้องรับผิดในผลของความประมาทเลินเล่อนั้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาคือ จำเลยที่ 1 และที่ 4 จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 ในผลของความประมาทเลินเล่อดังกล่าวหรือไม่ แม้หนังสือแสดงการจดทะเบียนจะระบุชื่อผู้อื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แต่ได้ความจากจำเลยที่ 2 ว่านายกำจัดมีอำนาจทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้เช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 อีกทั้งมีเครื่องหมายจำเลยที่ 1 ที่ข้างรถยนต์โดยสาร และหลังเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ให้ทนายความดำเนินการเกี่ยวกับอุบัติเหตุดังกล่าว โดยไม่ปรากฏว่าผู้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในรถได้ดำเนินการอย่างใด

น่าเชื่อว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้รถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุประกอบการขนส่งผู้โดยสารจริงโดยมีจำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นลูกจ้างซึ่งได้กระทำไปในทางการที่จ้างในขณะเกิดเหตุ การที่จำเลยที่ 4 พนักงานขับรถใช้ให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นพนักงานเก็บเงินค่าโดยสารทำหน้าที่ขับรถยนต์โดยสารไปส่งผู้โดยสารนั้นเป็นการแสดงออกชัดว่าจำเลยที่ 4 ได้แต่งตั้งให้จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนตนในการปฏิบัติหน้าที่ผู้ขับรถยนต์ ฉะนั้นในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกอันเกิดจากผลของการกระทำโดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 3 เช่นนี้ กรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 420 , 425 , 427 , 979 และ 820 จำเลยที่ 1 และที่ 4 จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 3 ด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · ดุสิต เพชรปลูก
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปิยะรัตน์ ตัณฑศรี
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายจรัญ สิรันทวิเนติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 562/2553

จำเลยทำสัญญารับเหมาก่อสร้างจากกรมทางหลวง ตามสัญญาจำเลยจะนำไปทำสัญญาจ้างเหมาช่วงไม่ได้ จำเลยผิดสัญญานำไปให้บริษัท บ. รับเหมาช่วง ความรับผิดขั้นสุดท้ายต่อกรมทางหลวงยังอยู่ที่จำเลยซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2533

จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเมาสุรานั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอันเป็นกิจการของจำเลยที่ 2แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์บรรยายฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4771/2533

จำเลยที่ 2 เป็นบริษัทจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร โดยใช้รถยนต์สี่ล้อรับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้ไม่เกินเจ็ดคนในท้องที่จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงฉบับที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 553/2502

ฟ้องกล่าวว่า จำเลยที่ 2 ผู้เป็นนายจ้างและเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท. 12499 ได้มอบรถยนต์คันดังกล่าวให้จำเลยที ่1 ซึ่งเป็นลูกจ้างในตำแหน่งหัวหน้าช่างเครื่องยนต์ของบริษัท จำเลยที่ 2 ไปใช้ในตำแหน่งหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้