คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางอัสนีย์ ผู้รับมอบอำนาจของนายประยูร เป็นผู้จัดการมรดกของนางอังคณา ผู้ตาย
ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งถอนนางอัสนีย์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย และตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายแทน ผู้จัดการมรดกยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องขอ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนนางอัสนีย์ ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของอังคณา ผู้ตาย และให้ตั้งนางสาวประภาวดี ผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางอังคณา ผู้ตาย โดยให้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้จัดการมรดกอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้จัดการมรดกฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัย "
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้จัดการมรดกว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้จัดการมรดกที่คัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการไต่สวนชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าในการไต่สวนคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2544 ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนพยานผู้ร้องได้ 1 ปากและผู้ร้องอ้างส่งพยานเอกสาร 4 ฉบับ แล้วศาลชั้นต้นเห็นว่าสามารถวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้ จึงมีคำสั่งให้งดการไต่สวน และให้นัดฟังคำสั่งในวันที่ 29 พฤษภาคม 2544 ดังนี้ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดการไต่สวน แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในคดี เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา หากคู่ความฝ่ายใดต้องการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ก็ต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (2) เมื่อผู้จัดการมรดกมิได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวไว้ ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้จัดการมรดกข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาของผู้จัดการมรดกฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน