คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่นายทาชิมซิงห์กู้จากโจทก์ไป ๕๐๐๐ บาท ถึงกำหนดชำระ นายทาชิมซิงห์ยังไม่ได้ชำระ นายทาชิมซิงห์ตายเสียแล้ว จึงขอให้จำเลยที่ ๒ ชำระ จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า หนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว โจทก์ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามฟ้องให้โจทก์ นายย่งล่งจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้นายทาชิมซิงห์ลูกหนี้ โดยจำเลยที่ ๒ มิได้ตกลงด้วย จำเลยที่ ๒ จึงย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๒ รับผิดเสีย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกา เห็นว่า เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว นายทาชิมซิงห์ พูดกับโจทก์ว่า เวลานี้ยังจัดหาเงินไม่ได้ ขอผัดอีก ๑ เดือน โจทก์บอกว่า ไม่เป็นไรหามาให้ครบ ดังนี้ เป็นการพูดกันด้วยปาก ไม่เป็นการผูกมัดโจทก์ว่าภายใน ๑ เดือนที่นายทาชิมซิงห์ขอผัดหนี้ โจทก์จะฟ้องเรียกร้องเงินกู้ ไม่ได้ กล่าวคือในระยะขอผัด ๑ เดือนนั้น โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากนายทาชิมซิงห์ ก็ได้ จึงถือไม่ได้ว่า โจทก์ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๗๐๐ จำเลยที่ ๒ ย่อมไม่พ้นความรับผิดด้วย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น