Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยยอมให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะปิดเปิดทำนบในเมื่อต้องการหรือไม่ต้องการน้ำ ต่อมาโจทก์เปิดทำนบ จำเลยไปปิดทำให้น้ำท่วมต้นข้าวโจทก์เสียหาย ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องรับผิดต่อโจทก์ จำเลยจะสู้ว่าโจทก์ไม่เปิดทำนบเอง โจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า มีผู้ไปปิดกั้นทำนบ ทำให้น้ำท่วมนาโจทก์เสียหายโจทก์ได้ฟ้องศาลขอให้ใช้ค่าเสียหายและให้รื้อทำนบที่ปิดกั้นให้อยู่ในสภาพเดิม โจทก์จำเลยในคดีนั้นได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อศาล โดยจำเลยยอมให้โจทก์จัดการเปิดทำนบที่กั้นไว้ การปิดหรือเปิดทำนบ จำเลยยอมให้เป็นหน้าที่ของโจทก์ในเมื่อต้องการหรือไม่ต้องการน้ำต่อมาจำเลยที่ 1 ได้เรียกประชุมลูกบ้าน และสั่งให้จำเลยที่ 2นำราษฎรไปทำการปิดทำนบรวมทั้งจำเลยที่ 3 ถึงจำเลยที่ 14 ด้วยเป็นเหตุให้น้ำท่วมต้นข้าวโจทก์เสียหาย โจทก์ได้ร้องขอให้เรียกตัวจำเลยที่ 1 ที่ 2 มาบังคับตามยอม ซึ่งจำเลยรับว่าจะเปิดทำนบ แต่ถึงวันนั้นโจทก์ก็ได้รับความเสียหายแล้ว โจทก์จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยทั้ง 14 คนให้การว่า

การเปิดปิดทำนบเป็นหน้าที่ของโจทก์เอง จำเลยไม่ต้องรับผิด โจทก์ไม่ได้เสียหายตามฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้จำเลยที่ 2และ 3 กับราษฎรไปปิดทำนบจริง จำเลยนอกนั้นคดียังไม่พอฟังว่าได้ร่วมไปปิดด้วย แต่โจทก์ยอมให้น้ำท่วมต้นข้าวโดยโจทก์ไม่จัดการเปิดทำนบให้น้ำไหลไปตามสิทธิที่โจทก์มีอยู่ ถือว่าโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายนั้นขึ้นยิ่งกว่าจำเลย ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ 1, 2 และ 3 เป็นผู้ปิดทำนบโจทก์ไปเปิด จำเลยก็ปิดเสียอีก พฤติการณ์ฟังไม่ได้ว่าโจทก์ละเลยหรือเป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นเองพิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสามต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 600 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1, 2 และ 3 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า

เมื่อโจทก์เปิดทำนบ จำเลยไปปิดเสีย การที่จำเลยไปปิดเสียเช่นนั้น ย่อมได้ชื่อว่าจำเลยเป็นฝ่ายที่ละเมิด ต้องรับผิดต่อโจทก์ แล้วจะว่าโจทก์ได้มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยหาได้ไม่ กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 223จำเลยจึงไม่พ้นความรับผิดที่จะต้องใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เนิ่น กฤษณะเศรนี · กิตติ สีหนนทน์ · ศริ มลิลา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 997/2561

โจทก์ฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้รับประกันภัยรถบรรทุกและรถพ่วงคันที่ ด. เป็นผู้ขับ รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถกรณีที่ ช. เสียชีวิตทำให้โจทก์ขาดไร้อุปการะ ซึ่งข้อเท็จจร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5439/2561

เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ของโจทก์และจำเลยที่เจ้าหน้าที่ของแต่ละฝ่ายกระทำไปนั้น การกระทำของเจ้าหน้าที่จำเลยเป็นเพียงก่อให้เกิดบัญชีเงินฝากที่ไม่ถูกต้องด้วยความประมาทเลินเล่อ แต่การสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5396/2561

ก. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เก็บรักษาสมุดเช็คไว้ในตู้เซฟภายในห้องทำงาน บางครั้งจะให้ ศ. พนักงานการเงินและบัญชีกรอกรายละเอียดในเช็คที่จะสั่งจ่าย ส. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ลักเช็คพิพาททั้งสิบเจ็ดฉบับไปกรอก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10955/2558

ตาม พ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 มาตรา 25 กำหนดให้ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเป็นผู้บริหารกิจการ และตามมาตรา 26 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ผู้อำนวยการเป็นผู้กระทำการในนาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10388/2553

ทางเดินรถของ ว. ลูกจ้างโจทก์เป็นทางโท รถในทางโทต้องยอมให้รถในทางเอกผ่านไปก่อนทั้งบริเวณสี่แยกเกิดเหตุมีป้ายจราจร "หยุด" ซึ่งบังคับให้รถในทางโทต้องหยุดรถเพื่อรอให้รถที่มาจากทางเอกผ่านพ้นสี่แยกไปก่อนจึง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้