Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับแต่เพียงว่าในการเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้เท่านั้นมิได้บังคับว่าจะต้องแนบสัญญาเช่าหรือหลักฐานการเช่ามาพร้อมกับคำฟ้องด้วย จึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ทั้งไม่มีกฎหมายบทใดบังคับไว้เช่นนั้นด้วยการที่ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไปทีเดียว หรือ จะรอไว้วินิจฉัยในคำพิพากษานั้น เป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นและปัญหากฎหมายที่จำเลยขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นนั้น แม้จะวินิจฉัยชี้ขาดก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย เพราะข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจะพิจารณาวินิจฉัยพร้อมคำพิพากษาให้ดำเนินการสืบพยานไป ดังนี้ชอบด้วยกระบวนพิจารณาความแล้วในวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรก ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะจำเลยไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง และทนายจำเลยแถลงด้วยว่านัดหน้าถ้าจำเลยไม่มาศาล ก็จะไม่ขอเลื่อนในวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งที่ 2 จำเลยกลับไม่เตรียมพยานมาและขอเลื่อนอีกศาลชั้นต้นไม่ยอมให้เลื่อนและให้ทนายจำเลยนำจำเลยเข้าเบิกความเป็นพยาน ทนายจำเลยก็ไม่ยอมนำเข้าเบิกความ ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาจะประวิงคดีเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีล่าช้า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้เลื่อนวันสืบพยาน และถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยาน และไม่มีพยานมาสืบจึงเป็นการชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกห้องแถวให้ผู้อื่นเช่า 12 ห้อง และอยู่เอง 2 ห้อง มีกำหนด 3 ปีค่าเช่าเดือนละ 136 บาท เมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์เตือนให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างภายใน 10 วัน แต่จำเลยก็ยังคงอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยละเมิดทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ 204 บาท ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารกับให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ให้จำเลยชำระค่าเช่าประจำเดือนธันวาคม 2514 เป็นเงิน 136 บาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 204 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2515 จนกว่าจำเลยจะรื้อสิ่งปลูกสร้างและทำที่ดินให้คงสภาพเดิมเสร็จให้โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยตกลงกันให้จำเลยปลูกห้องแถวในที่ดินของโจทก์ให้คนเช่าแล้วเอาค่าเช่ามาแบ่งกัน

จำเลยจึงปลูกห้องแถวรวม 18 ห้อง และเก็บค่าเช่าแบ่งให้โจทก์เดือนละ 136 บาทมา 10 ปีเศษแล้ว โดยไม่ได้ทำสัญญากันไว้ แต่เป็นสัญญาต่างตอบแทน โจทก์จะเลิกสัญญาและขับไล่จำเลยไม่ได้ แม้จะมีสัญญาเช่าขึ้นภายหลังก็เป็นเพียงนิติกรรมอำพรางในวันนัดพร้อม จำเลยรับนำสืบก่อน และศาลชั้นต้นสั่งนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 27 มีนาคม 2515 เวลา 8.30 นาฬิกา ก่อนถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยร้องว่าโจทก์อ้างว่าจำเลยเช่าที่ดินของโจทก์มีกำหนด 3 ปี แต่โจทก์ไม่ได้ส่งหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงชื่อจำเลยมาพร้อมกับคำฟ้องต้องห้ามไม่ให้ฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ในวันนัดสืบพยานจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อเท็จจริงยังไม่พอวินิจฉัยได้จะได้พิจารณาวินิจฉัยพร้อมคำพิพากษา ทนายจำเลยขอเลื่อนวันนัดสืบพยานเพราะจำเลยไม่มาศาล หากถึงวันนัดจำเลยไม่มาศาลอีกก็จะไม่ขอเลื่อน

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยวันที่ 27 เมษายน 2515 เวลา 8.30 นาฬิกาวันที่ 25 เมษายน 2515

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ วันที่ 26 เมษายน 2515

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยวันที่ 27 เมษายน 2515 อันเป็นวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยขอให้งดการสืบพยานไว้ก่อนเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลย จำเลยขอเลื่อนคดีไปเพราะไม่ได้เตรียมพยานมาโจทก์คัดค้าน

ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเคยแถลงไว้แล้วว่าจะไม่ขอเลื่อนคดี รูปคดีบ่งชัดว่าต้องการประวิงคดี จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนและให้ทนายจำเลยนำจำเลยซึ่งมาศาลเข้าเบิกความ ทนายจำเลยแถลงว่าไม่ขอเบิกความในวันนั้น เพราะถ้าเบิกความไปก็จะไร้ผลในเรื่องอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้อโต้แย้งของจำเลยไม่มีเหตุผล ถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและไม่มีพยานมาสืบ และมีคำสั่งให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์ จำเลยโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้แล้วเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง 136 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 136 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าด้วยแต่โจทก์ไม่แนบสัญญาเช่ามาพร้อมกับคำฟ้อง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บังคับแต่เพียงว่าในการเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้เท่านั้น มิได้บังคับว่าจะต้องแนบสำเนาสัญญาเช่าหรือหลักฐานการเช่าพร้อมกับคำฟ้องด้วยจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ ทั้งไม่มีกฎหมายบทใดบังคับเช่นนั้น ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามคำร้องของจำเลยไปทีเดียว และที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนวันสืบพยานจำเลยแล้วมีคำสั่งว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานไม่ชอบนั้นศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 ไปทีเดียวหรือจะรอวินิจฉัยในคำพิพากษานั้นเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นและปัญหากฎหมายที่จำเลยขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นนั้นแม้จะวินิจฉัยชี้ขาดก็ไม่เป็นคุณแก่จำเลย

เพราะข้ออ้างของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งว่าจะพิจารณาวินิจฉัยพร้อมคำพิพากษาให้ดำเนินการสืบพยานไป ดังนี้ชอบด้วยกระบวนพิจารณาความแล้ว ในวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2515 ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะจำเลยไม่มาศาลโดยไม่ทราบเหตุขัดข้อง และจำเลยแถลงด้วยว่านัดหน้าถ้าจำเลยไม่มาศาล ก็จะไม่ขอเลื่อนในวันนัดสืบพยานจำเลยครั้งที่ 2 จำเลยกลับไม่เตรียมพยานมาและขอเลื่อนวันสืบพยานจำเลยอีก เมื่อศาลชั้นต้นไม่ยอมให้เลื่อนและให้ทนายจำเลยนำจำเลยเข้าเบิกความเป็นพยาน ทนายจำเลยก็ไม่ยอมนำจำเลยเข้าเบิกความเป็นพยาน จึงเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีล่าช้า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้เลื่อนวันสืบพยานจำเลยและถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและไม่มีพยานมาสืบนั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1681/2549

มูลหนี้ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้ง 7 ข้อหา เป็นมูลหนี้ที่โจทก์ได้ซื้อและรับโอนสิทธิเรียกร้องรวมทั้งหนี้สินที่จำเลยทั้งสี่มีอยู่กับเจ้าหนี้เดิมจำนวน 7 ราย แต่เจ้าหนี้เดิมของจำเลยทั้งสี่เป็นนิติบุคคลแยกต่างหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2545

สิทธิของผู้ร้องเป็นการได้ที่ดินพิพาทมาโดยการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 อันเป็นการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยทางอื่นนอกจากนิติกรรม แต่สิทธิอันยังมิได้ จดทะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6247/2540

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่สั่งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารพิพาท โดยจำเลยอ้างเหตุว่าส่วนที่ต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นมีการดัดแปลงต่อเติมโดยไม่ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2540

ศาลนัดสืบพยานจำเลยนัดแรกตั้งแต่วันที่15กรกฎาคม2536และได้มีการเลื่อนสืบพยานจำเลย5ครั้งในจำนวนนี้มีอยู่ครั้งเดียวที่ขอเลื่อนคดีเพราะเหตุที่โจทก์อ้างว่าไม่ได้เตรียมผู้รู้ภาษาจีนกลางมาควบคุมการแปลของล่ามฝ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2823/2536

ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก วันที่ 12 มิถุนายน 2530 ถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างเหตุทนายจำเลยป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปในวันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งจำเลยก็นำพยานมาสืบปากเดียวแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้