Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12464/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 บัญญัติว่า "สำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว" คำว่า "ราคาของ" หมายความถึง ราคาของที่แท้จริงไม่ใช่ราคาของที่สำแดงไว้ขาด ส่วนคำว่า "ค่าอากร" ก็มิได้จำกัดไว้ว่าให้คิดเฉพาะค่าอากรที่ชำระขาดไป จึงหมายถึงค่าอากรตามอัตราที่ต้องชำระโดยไม่คำนึงว่าได้ชำระค่าอากรไปแล้วหรือไม่เพียงใด เพราะเป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติให้นำราคาของกับค่าอากรมาเป็นหลักในการกำหนดอัตราโทษทางอาญาคือโทษปรับ มิใช่เพื่อให้ผู้กระทำผิดชำระค่าอากร ซึ่งเป็นเรื่องในทางแพ่งแต่อย่างใด จึงจะแปลว่ากฎหมายมุ่งให้คิดเฉพาะค่าของกับค่าอากรที่ยังขาดอยู่มิได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27, 99 พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับและผู้นำจับตามกฎหมาย

จำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2496 (ที่ถูก พ.ศ.2469) มาตรา 27, 99 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ความผิดตามมาตรา 27, 99 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 27 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 การกระทำของจำเลยทั้งหกเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันทุกกระทงรวมเป็นเงิน 358,980,953.50 บาท ให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในค่าปรับไม่เกิน 101,739,634.40 บาท จำเลยที่ 5 ร่วมรับผิดในค่าปรับไม่เกิน 324,954,456.80 บาท และจำเลยที่ 6 ร่วมรับผิดในค่าปรับไม่เกิน 34,026,496.68 บาท

ปรับจำเลยที่ 2 และที่ 4 ร่วมกันเป็นเงิน 9,961,260.48 บาทและปรับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันเป็นเงิน 56,527,598.80 บาทจ่ายสินบนนำจับร้อยละสามสิบของเงินค่าปรับและจ่ายรางวัลแก่เจ้าพนักงานผู้จับอีกร้อยละยี่สิบห้าของเงินค่าปรับ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยทั้งหกอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 6 ให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดในค่าปรับกับจำเลยที่ 1 ด้วยไม่เกิน 26,937,598.40 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 4 และที่ 5 ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ถอนฎีกาได้ จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 และที่ 5 ออกจากสารบบความศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มิได้ฎีกาโต้แย้งว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำสินค้าซึ่งเป็นของที่มีแหล่งกำเนิดในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรและยื่นใบขนสินค้าขาเข้าแสดงราคาสินค้า รายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมใบกำกับสินค้าที่ยื่นประกอบใบขนสินค้าขาเข้าดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรโดยแสดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงอันเป็นความเท็จ เป็นการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรทำให้เสียภาษีศุลกากรน้อยลงโดยเจตนาฉ้อค่าภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจำเลยที่ 1 ยื่นใบกำกับสินค้าอันเป็นเท็จจำนวน 47 ฉบับตามสำเนาใบกำกับสินค้าแนบท้ายใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม

จำเลยที่ 2 ยื่นใบกำกับสินค้าอันเป็นเท็จจำนวน 1 ฉบับ ตามสำเนาใบกำกับสินค้าแนบท้ายใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม จำเลยที่ 3 ยื่นใบกำกับสินค้าอันเป็นเท็จจำนวน 7 ฉบับ ตามสำเนาใบกำกับสินค้าแนบท้ายใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เพียงประการเดียวว่า การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นเงิน 4 เท่า ของราคาของทั้งหมดซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำว่า "ราคาของ" ตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายความถึงราคาของที่แท้จริงไม่ใช่ราคาของที่สำแดงไว้ขาด ส่วนคำว่า "ค่าอากร" ก็มิได้จำกัดไว้ว่าให้คิดเฉพาะค่าอากรที่ชำระขาดไปจึงหมายถึงค่าอากรตามอัตราที่ต้องชำระโดยไม่คำนึงว่าได้ชำระค่าอากรไปแล้วหรือไม่เพียงใดเพราะเป็นเรื่องที่กฎหมายบัญญัติให้นำราคาของกับค่าอากรมาเป็นหลักในการกำหนดอัตราโทษทางอาญาคือโทษปรับ มิใช่เพื่อให้ผู้กระทำผิดชำระค่าอากร ซึ่งเป็นเรื่องในทางแพ่งแต่อย่างใด จึงจะแปลว่ากฎหมายมุ่งหมายให้คิดเฉพาะค่าของกับค่าอากรที่ยังขาดอยู่มิได้ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อดิเทพ ถิระวัฒน์ · ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · นิรัตน์ จันทพัฒน์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายนพดล คชรินทร์
ศาลอุทธรณ์ - นายรังสรรค์ วิจิตรไกรสร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.5468/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2339/2544
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ769/2548
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6427/2567

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 104 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจลงโทษผู้กระทำผิดให้ใช้เบี้ยปรับนอกจากโทษจำคุกในทางอาญาอีกก็ได้ แต่คดีนี้เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษค่าปรับในทางอาญาตาม พ.ร.บ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3465/2566

การลงโทษปรับแก่ผู้กระทำความผิดหลายคนที่ร่วมกันนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรในขณะที่ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มีผลใช้บังคับ ต้องกำหนดให้ผู้ร่วมกระทำความผิดรับผิดรวมก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2525/2566

กรณีเชื่อว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 มีเจตนาวางแผนร่วมกันนำเข้าสินค้าโดยแยกกันนำเข้าเพื่อประโยชน์ในการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าและได้รับประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกัน โดยในวันที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2566

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243, 253 ซึ่งการกระทำความผิดตามข้ออ้างในคำฟ้องข้อ 1.1 ของโจทก์เป็นการกระทำในขณะ พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7916/2561

สำหรับความผิดฐานนำของเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และความผิดฐานเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่มตาม ป.รัษฎากร มาตรา 90/4 (6)…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้