Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในศาลชั้นต้นไม่ได้ต่อสู้ว่าวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนผิดกฎหมาย แต่ครั้นแพ้คดีจึงยกขึ้น เช่นนี้ เป็นการใช้สิทธิแห่งตนไม่สุจริตพระราชบัญญัติควบคุมการได้มาซึ่งที่ดินโดยห้างหุ้นส่วนฯลฯพ.ศ.2485 และประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 นั้น เป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเพราะมีข้อห้ามกำหนดโทษเป็นความผิดทางอาญาไว้ แต่คำว่า 'ห้างหุ้นส่วน'ในพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ หมายถึงห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนอันถือว่าเป็นนิติบุคคล เพราะห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนย่อมไม่อาจได้มาซึ่งที่ดินและไม่อยู่ในฐานะที่จะถูกลงโทษทางอาญา ดังนั้น หุ้นส่วนรายนี้จึงไม่อยู่ในบังคับพระราชบัญญัติฉบับนี้ และตามความหมายในประมวลกฎหมายที่ดินนั้นห้างหุ้นส่วนนั้นต้องเป็นห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว การที่ทนายความแถลงรับข้อเท็จจริงนั้นถือว่าเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามรูปความมิใช่จำหน่ายสิทธิ ดังนั้นตัวความจะคัดค้านมิได้เมื่อไม่ยกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1055(5) ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จึงชอบแล้ว เพราะไม่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.พ.พ. มาตรา 22 ป.พ.พ. มาตรา 113 ป.พ.พ. มาตรา 114 ป.วิ.พ. มาตรา 247 ป.วิ.พ. มาตรา 249 ป.วิ.พ. มาตรา 225 ป.วิ.พ. มาตรา 162 พ.ร.บ.ควบคุมการได้มาซึ่งที่ดินโดยห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดเพื่อค้ากำไร พ.ศ.2485 มาตรา 3 พ.ร.บ.ควบคุมการได้มาซึ่งที่ดินโดยห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดเพื่อค้ากำไร พ.ศ.2485 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้สั่งกำจัดจำเลย (ผู้เป็นหุ้นส่วน)ออกไปเสียจากห้างหุ้นส่วนสามัญบริษัทสวนหมาก และถอนชื่อจำเลยออกเสียจากหน้าโฉนดที่ดิน โดยอ้างว่าจำเลยทำการขัดขวางต่อวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนนี้จำเลยให้การต่อสู้และว่าโจทก์ไม่มีอำนาจจะฟ้องให้ทำเช่นนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะตามขอศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้อ้างถึงวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนผิดกฎหมายขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นอย่างใดเลย ต่อเมื่อแพ้คดีในศาลชั้นต้นแล้วจึงยกความข้อนี้เป็นข้อต่อสู้ จึงเป็นการใช้สิทธิแห่งตนไม่สุจริต และพระราชบัญญัติควบคุมการได้มาซึ่งที่ดินโดยห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดเพื่อค้ากำไร พ.ศ. 2485 และประมวลกฎหมายที่ดินที่ออกบังคับใช้ใน

พ.ศ. 2497 ซึ่งจำเลยยกขึ้นต่อสู้นั้น แม้จะมีข้อห้ามอันกำหนดโทษเป็นความผิดทางอาญาซึ่งอาจถือเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ดีข้อห้ามนั้น ๆ จะนำมาปรับกับคดีนี้ไม่ได้ เพราะคำว่า "ห้างหุ้นส่วน"ในมาตรา 3, 6 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว น่าจะหมายถึงห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนอันถือได้ว่าเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้เป็นหุ้นส่วนเช่นเดียวกับห้างหุ้นส่วนจำกัดและบริษัทจำกัดที่บัญญัติไว้ด้วยกันนั้น เพราะห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียนย่อมไม่อยู่ในสภาพที่จะได้มาซึ่งที่ดินได้ และไม่อยู่ในสภาพที่จะถูกลงโทษทางอาญาได้ด้วย ห้างหุ้นส่วนรายนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิได้จดทะเบียน จึงไม่อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัตินี้

ส่วนประมวลกฎหมายที่ดินที่บัญญัติถึงคนต่างด้าวถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนก็ดี ให้บุคคลใดที่ประสงค์จะทำการค้าที่ดินต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีก่อนก็ดี ก็ต้องเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกัน ทั้งประมวลกฎหมายที่ดินนี้เพิ่งประกาศใช้บังคับภายหลังที่ได้ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนนี้ การเข้ากันเป็นหุ้นส่วนค้าที่ดินหาเป็นการผิดกฎหมายไม่ ส่วนเมื่อเกิดหุ้นส่วนขึ้นแล้วห้างหุ้นส่วนนั้นจะปฏิบัติการค้าที่ดินฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก จึงกล่าวไม่ได้ถนัดว่า สัญญาเข้าหุ้นส่วนรายนี้มีวัตถุประสงค์ผิดกฎหมาย ศาลฎีกาจึงเห็นว่าจำเลยจะยกพระราชบัญญัติควบคุมการได้มาซึ่งที่ดินโดยห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัดเพื่อค้ากำไร

พ.ศ. 2485 และประมวลกฎหมายที่ดินขึ้นตัดอำนาจฟ้องของโจทก์ตามที่อุทธรณ์ฎีกามานั้นหาได้ไม่ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า การที่ทนายของจำเลยแถลงรับข้อเท็จจริง ถือได้ว่าเป็นการว่าความและดำเนินกระบวนพิจารณาแทนจำเลยตามรูปความ หาใช่เป็นไปในทางจำหน่ายสิทธิของคู่ความไม่ จำเลยจะมาคัดค้านการกระทำของทนายของตนเช่นนี้ไม่ได้ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า เมื่อนายประชา รัตรสาร ตายแล้ว ห้างหุ้นส่วนย่อมเลิกไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1055(5) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้ยกปัญหาข้อนี้ขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้นทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ไม่ยกขึ้นวินิจฉัยชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · เชื้อ คงคากุล · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2528

จำเลยเป็นบริษัทในต่างประเทศ สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพเป็นกิจการของจำเลยจึงเป็นสาขาของจำเลยเมื่อสาขาดังกล่าวมี สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นและได้ร่วมกระทำการ ในการขนส่งสินค้ารายพิพาท จึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2502

ปัญหาที่ว่าสัญญารายพิพาทเป็นนิติกรรมมีเงื่อนไขบังคับก่อนแล้วแต่ใจลูกหนี้ฝ่ายเดียวหรืออย่างไร นั้นไม่ใช่ปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน การที่ไม่มีนุ่นตามตัวอย่างที่ตกลงกัน เพราะโรงงานที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2561

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 5 จะบัญญัติว่า "ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต" แต่มาตรา 6 ก็บัญญัติต่อไปว่า "ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต" โจทก์ที่ 1 จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6271/2558

หนังสือรับสภาพความผิดจำเลยทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้นำเงินของโจทก์ไปใช้ส่วนตัวในระหว่างดำรงตำแหน่งเหรัญญิกของโจทก์ และจำเลยยินยอมชำระเงินดังกล่าวแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยให้ครบถ้วนภายในวันที่ 1 มิถุนายน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6383/2550

ปัญหาเรื่องฟ้องซ้อนหรือไม่เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้ร้องชอบที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ได้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้