Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฎีกาของจำเลยที่ว่า สัญญาเช่านาระหว่างโจทก์จำเลยเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า จำเลยมิได้นำไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงและมิได้ค้างชำระค่าเช่านา รวมทั้งเรื่องค่าเสียหายเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์มิได้บอกเลิกสัญญาเช่าเป็นหนังสือตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 34โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่ดินแก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตาม จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธประเด็นข้อนี้ ถือว่าจำเลยยอมรับจึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาโดยชอบแล้ว ปัญหานี้แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวก็เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 248 ป.วิ.พ. มาตรา 249 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 34

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินโจทก์ทำนาตั้งแต่ปี 2522 โดยไม่มีการทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือ ตั้งแต่ปี 2525 จนถึงปัจจุบันก็ไม่ยอมชำระค่าเช่าและจำเลยยังได้นำที่ดินของโจทก์ไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง และแปรสภาพที่ดินของโจทก์ ทำให้สภาพที่นาเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ การกระทำดังกล่าวของจำเลยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาตรา 31 โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่ดินแก่จำเลย จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7081 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐม ห้ามเกี่ยวข้องกับพืชผลที่มีอยู่ในที่ดินที่เช่าและเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ดินที่ค้างเป็นจำนวนเงิน 36,000 บาท

พร้อมทั้งชำระค่าเช่าที่ดินให้แก่โจทก์ปีละ 9,000 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2528เป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยได้ โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยได้ชำระค่าเช่ามาตลอดจนถึงปี 2524 โจทก์จำเลยได้ตกลงกัน โดยโจทก์เสนอให้จำเลยจัดการลงทุนปรับพื้นที่ที่นาทั้งแปลงพร้อมทั้งให้จำเลยทำถนนและฝังท่อเข้าไปในนา โจทก์ก็จะให้จำเลยทำนาตลอดไป และไม่เก็บค่าเช่าเป็นเวลา 7 ปี จำเลยตกลงทำตามข้อเสนอแล้ว โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าเช่ามาจากจำเลยได้จนกว่าจะถึงสิ้นปี 2530 ข้อตกลงดังกล่าวระหว่างโจทก์และจำเลยจึงเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่า จำเลยไม่เคยนำที่ดินของโจทก์ไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7081 ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์รื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยได้ โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ดินที่ค้างชำระเป็นเงิน36,000 บาท และให้ชำระเงินปีละ 9,000 บาท นับแต่วันที่ 31กรกฎาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอของโจทก์ที่ว่าหากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนนั้นให้ยกเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าที่ดินที่ค้างชำระจากจำเลยจำนวน 36,000 บาท และฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องปีละ 9,000 บาท หรือเดือนละ750 บาท จึงเป็นคดีฟ้องเรียกค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์อันมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,000 บาท และเป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ5,000 บาท เมื่อจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองฎีกาของจำเลยที่ว่า

โจทก์จำเลยมีสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าต่อกัน จำเลยมิได้นำที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงและมิได้ค้างชำระค่าเช่า รวมทั้งเรื่องจำนวนค่าเสียหายนั้น ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาดังกล่าวมานั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้บอกเลิกสัญญาเป็นหนังสือตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 34 จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่ดินแก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในประเด็นข้อนี้ ถือว่าจำเลยยอมรับแล้ว จึงต้องฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยโดยชอบแล้ว

ปัญหานี้แม้ว่าจำเลยจะยกขึ้นอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ก็ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น ในศาลอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้เช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พนม พ่วงภิญโญ · อุดม มั่งมีดี · วิชัย ตันติกุลานันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 229/2540

ที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายว่าโจทก์ยังมิได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อจึงไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์และค่าติดตามรถยนต์คันที่เช่าซื้อนั้นจำเลยให้การแต่เพียงว่ารถยนต์มีสภาพเก่าและโจทก์มิได้ประสงค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2539

จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์เนื่องจากที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติรายละเอียดจำเลยจะนำสืบและอ้างเอกสารส่งในชั้นพิจารณาคำให้การของจำเลยจึงมีประเด็นว่าที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7087/2537

จำเลยฎีกาในข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การสู้คดีไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาเกี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5024/2537

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 26เป็นของโจทก์หรือจำเลย ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวจึงคลุมไปถึงประเด็นตามคำให้การของจำเลยที่ให้การต่อสู้ว่า นิติกรรมการกู้ยืมเงินอำพรางนิติก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้