คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดทางเดินพิพาทให้มีความกว้าง3 เมตร 25 เซนติเมตร ตลอดเส้นทางจากซอยต้นผูถึงที่ดินโจทก์และห้ามมิให้จำเลยปิดกั้นทางเดินอันเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถใช้ทางพิพาทได้อีกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่าที่ดินของโจทก์และจำเลยมีเขตที่ดินติดต่อกันโดยที่ดินโจทก์อยู่ทางทิศเหนือของที่ดินจำเลย โจทก์ใช้ทางพิพาทในที่ดินจำเลยเข้าออกระหว่างบ้านโจทก์ถึงซอยต้นผูนานเกิน 10 ปีเป็นทางภารจำยอมแล้ว ต่อมาปี 2528 จำเลยปิดทางพิพาท เมื่อทางอำเภอหล่มสักไกล่เกลี่ยจำเลยยอมเปิดทางกว้าง 1.40 เมตรแต่ที่ปากทางพิพาทด้านติดกับซอยต้นผูยังคงมีประตูรั้วซึ่งจำเลยปิดเวลากลางคืนเปิดเวลากลางวัน...ปัญหาประการที่สองที่ว่า
จำเลยมีสิทธิทำรั้วปิดกั้นทางพิพาทในเวลากลางคืนหรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทางพิพาทเป็นทางภารจำยอม ซึ่งโจทก์มีสิทธิใช้ได้แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิใช้ทางพิพาททั้งเวลากลางวันและกลางคืนตามสภาพทางเดิมที่เคยใช้มา จำเลยจึงไม่มีสิทธิทำรั้วปิดกั้นให้แคบลงกว่าเดิมและปิดในเวลากลางคืน เพราะเป็นการประกอบกรรมอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภารจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวก
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.