คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกของ ค. จากจำเลยแต่ฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่ ค. ถึงแก่กรรม
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ ฎีกาต่อมา ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อที่ โจทก์ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ เคยพูดว่าจะแบ่งทรัพย์ให้นั้นไม่มีผลในกฎหมายอย่างใดเพราะเป็นแต่พูดด้วยวาจามิได้ทำเป็นหนังสือรับรองแต่ประการใดจะถือว่าเป็นการปราณีประนอมยอมความหรือรับสภาพหนี้ตามประมวลแพ่ง ฯ ม. ๘๕๑ และ ๑๓๒ ก็ไม่ได้ ส่วนข้อที่ว่าคดีของ โจทก์อยู่ในบังคับ ม. ๑๘๔ นั้นเป็นเรื่องผู้เยาว์หรือผู้วิกลจริตจะว่ากล่าวเป็นคดีแก่ผู้แทนโดยชอบธรรมท่านจึงบัญญัติว่าอายุความไม่ครบบริบูรณ์จนกว่าจะพันปีหนึ่งภายหลังที่บุคคลนั้นบรรลุถึงความสามารถเต็มภูมิหรือมีผู้แทนโดยชอบธรรมใหม่ แต่ข้อเท็จจริงฉเพาะคดีนี้จำเลยซึ่งเป็นผู้ปกครองทรัพย์มิได้เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์จึงจะยกมาตรานี้มาบังคับมิได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์