คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกทำร้ายนายบุญเรืองถึงแก่ความตาย เห็นเหตุให้โจทก์ต้องศูนย์เสียผู้อุปการะเลี้ยงดู ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายทดแทนเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การปฏิเสธ ชั้นพิจารณา คู่ความแถลงร่วมกันขอให้ถือเอาผลแห่งคำพิพากษาฎีกาในคดีอาญาแดงที่ ๖๗๖/๒๔๙๙ เป็นหลักเกณฑ์กำหนดค่าเสียหายในคดีนี้ และขอให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยค่าเสียหายและต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยาน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทดแทนและค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องขอให้จำเลยรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๓ ไม่มีข้อความให้รับผิดตามมาตราอื่น ความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๔๓ ซึ่งให้สิทธิผู้ขาดไร้อุปการะตามกฎหมายที่จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้นั้น ต้องเป็นกรณีที่ผู้ทำละเมิดทำให้เขาถึงตาย หากมีการละเมิดแต่ไม่ถึงตาย ผู้ทำละเมิดก็ไม่ต้องรับผิดต่อผู้ที่อ้างว่าขาดไร้อุปการะ คดีนี้ คู่ความแถลงร่วมกันให้ถือเอาผลของคำพิพากษาฎีกาในคดีอาญาแดงที่ ๖๗๖/๒๔๙๙ เป็นหลักเกณฑ์กำหนดค่าเสียหายในคดีนี้ และให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยค่าเสียหาย คำพิพากษาฎีกาที่คู่ความอ้างอิงนั้น ก็คือคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๑๕/๒๕๐๑ ปรากฎในคำพิพากษานั้นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่านายแก้วดี จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนายบุญเรืองถึงบาดเจ็บตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ถนัดว่าจำเลยเป็นผู้ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย คดีลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนโดยเจตนาไม่ได้ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคำพิพากษาของศาลฎีกาชี้ขาดว่าจำเลยนี้มิได้ทำให้นายบุญเรืองถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยก็ไม่มีศาลฎีกาชี้ขาดว่าจำเลยนี้มิได้ทำให้นายบุญเรืองถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยก็ไม่มีความรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๓ คดีไม่มีทางที่จะถือเอาคำพิพากษาฎีกาดังกล่าวมาพิพากษาให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์อย่างใดได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน