Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างของจำเลยขับรถในทางการที่จ้างชนสามีโจทก์ถึงแก่ความตายด้วยความประมาท โจทก์ย่อมตกเป็นผู้ต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ เมื่อสามีโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ มีอาชีพตั้งปั๊มน้ำมันจำหน่ายน้ำมันเบนซินแม้โจทก์จะได้เป็นผู้จัดการมรดกเข้าดำเนินการค้าน้ำมันเบนซิน ต่อมาหลังจากสามีโจทก์ตายแล้ว ก็หาเป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยไม่ ในการคำนวณค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ต้องขาดไร้อุปการะนั้นย่อมต้องคำนวณโดยอาศัยพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุนั้นเองเป็นหลักพฤติการณ์ทั้งหลายภายหลังวันเกิดเหตุ หาอาจนำมาพิจารณาในการคำนวณค่าสินไหมทดแทนในการขาดไร้อุปการะของโจทก์ได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ลูกจ้างขับรถของจำเลยได้ขับรถยนต์ชนนายหริ่งสามีโจทก์ถึงแก่ความตายโดยประมาทในทางการที่จ้าง ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายจำเลยต่อสู้ว่า คนขับรถมิใช่ลูกจ้างของจำเลยและมิได้ขับรถประมาททั้งค่าเสียหายที่โจทก์เรียกสูงเกินไปศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าทำศพ 10,000 บาทค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คนขับรถเป็นลูกจ้างจำเลยและขับรถในทางการที่จ้างชนนายหริ่งสามีโจทก์ถึงแก่ความตายโดยประมาทสำหรับค่าเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโต้เถียงเฉพาะค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย ส่วนค่าปลงศพซึ่งศาลอุทธรณ์กำหนดให้ 10,000 บาทจำเลยไม่ติดใจจึงเป็นอันยุติข้อที่จำเลยอ้างว่า เมื่อนายหริ่งถึงแก่ความตาย โจทก์เข้าทำงานในปั๊มน้ำมันของนายหริ่งต่อมา จึงไม่เสียหายนั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรค 3 บัญญัติว่า "ถ้าว่าเหตุที่ตายนั้น ทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น" มาตรา 1453 วรรค 2 บัญญัติว่า "สามีภรรยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกัน" และมาตรา 1454 บัญญัติว่า "สามีเป็นหัวหน้าในคู่ครองเป็นผู้เลือกที่อยู่ และเป็นผู้อำนวยการในเรื่องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดู"

เมื่อนายหริ่งตายโจทก์จึงตกเป็นผู้ต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้กระทำละเมิดต่อสามีโจทก์ได้ และคดีได้ความต่อไปว่าเมื่อนายหริ่งผู้ตายยังมีชีวิตอยู่ มีอาชีพตั้งปั๊มน้ำมัน "ราชปรารภบริการ" จำหน่ายน้ำมันเบนซิน เดือนหนึ่งจำหน่ายน้ำมันได้ 200,000 ลิตร มีกำไรสุทธิเดือนละ 20,000 บาท แม้โจทก์จะได้เป็นผู้จัดการมรดกเข้าดำเนินการค้าน้ำมันเบนซิน ต่อมาหลังจากนายหริ่งตายแล้ว ก็หาเป็นเหตุทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะจากจำเลยไม่ ในการคำนวณค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูเพราะความประมาทของคนขับรถบรรทุกน้ำมันของจำเลยขณะปฏิบัติการในทางการที่จ้างนั้น ย่อมต้องคำนวณโดยอาศัยพฤติการณ์ในวันเกิดเหตุนั้นเองเป็นหลัก

พฤติการณ์ทั้งหลายภายหลังวันเกิดเหตุดังที่จำเลยอ้างมานั้นหาอาจนำมาพิจารณาในการคำนวณค่าสินไหมทดแทนในการขาดไร้อุปการะของโจทก์ได้ไม่ คำนวณค่าสินไหมทดแทนตามที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้จำเลยใช้ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์รวมเป็นเงิน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์เสร็จนั้น เป็นจำนวนที่สมควรแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · ประพจน์ ถิระวัฒน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้