Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องคำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัว มิได้ฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ ดังนี้ เป็นการพิพากษายกฟ้องโดยข้อกฎหมายมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานโดยอาศัยข้อเท็จจริงในคดี ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมาย อันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยไว้ โจทก์ก็มีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งศาลชั้นต้นนั้นได้ (อ้างฎีกาที่ 1689/2497)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายหอมกลุ่น กสิวิทย์ อายุ 15 ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดบ่อแร่ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นครูประจำชั้นโรงเรียนวัดบ่อแร่ได้มาขอแรงนักเรียนประมาณ 15 คน ซึ่งมีนายหอมกลุ่นรวมอยู่ด้วย ให้ไปยกท่อนไม้ที่ตัดทิ้งไว้ในโรงเรียนออกไปทิ้ง โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมสั่งให้ยก ขณะยกท่อนไม้ได้อุบัติเหตุหลุดจากมือ เป็นเหตุให้ทับขาขวาของนายหอมกลุ่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ1 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นครูใหญ่ปกครองควบคุมดูแลรับผิดชอบนักเรียนทั้งโรงเรียน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดและประมาทปราศจากความระมัดระวัง ฝ่าฝืนกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทยซึ่งจำเลยทั้งสองสังกัดอยู่และระหว่างเกิดเหตุ

นายหอมกลุ่นอยู่ในความปกครองดูแลของจำเลยทั้งสอง เป็นเหตุให้โจทก์กับนายหอมกลุ่นเสียหาย โดยโจทก์ต้องละทิ้งการประกอบอาชีพไปพยาบาลรักษา เสียค่ายา ค่ารักษาบาดแผลค่าโรงพยาบาล และค่าพาหนะไปพยาบาลบุตร เป็นเงิน 2,000 บาทนายหอมกลุ่นได้รับอันตรายทุพพลภาพ ไม่อาจศึกษาต่อ และไม่สามารถประกอบการเลี้ยงชีพโดยสมบูรณ์ ต้องสูญเสียความหวังชีวิตสมรสในอนาคต ต้องทนทุกข์เวทนาระทมใจตลอดชีวิต คิดค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 30,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ 30,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี และตัดฟ้องว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องก่อนสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้อง

คำให้การแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวมิได้ฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของนายหอมกลุ่นบุตรผู้เยาว์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

โจทก์ฟ้องทั้งในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของนายหอมกลุ่นบุตรผู้เยาว์ โจทก์เสียค่าใช้จ่ายไปย่อมมีอำนาจฟ้องในฐานะส่วนตัวได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยทั้งสองฎีกาข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ทั้งโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่าโจทก์ฟ้องแทนบุตรผู้เยาว์นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัว ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์เห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องสองฐานะคือ ในฐานะส่วนตัวและในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรโจทก์ด้วยข้อที่จำเลยฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์มิได้โต้แย้ง จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโดยข้อกฎหมาย มิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานโดยอาศัยข้อเท็จจริงในคดีเช่นนี้ ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในข้อกฎหมายอันทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 24 (อ้างฎีกาที่ 1689/2497) เมื่อเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นดังกล่าว จึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาดังบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 ดังนั้น แม้โจทก์จะมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยไว้ โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวนั้นได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยงยุทธ เลอลภ · สวัสดิ์ ภู่งาม · ล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13180/2553

ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดชี้สองสถาน ศาลได้สอบถามข้อเท็จจริงจากโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้และนัดฟังคำพิพากษา เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งก่อนที่จะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี จึงเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2537

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความและพิพากษาคดีโดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้ความโดยงดสืบพยาน ถือไม่ได้ว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 24 ซึ่งถือว่าไม่เป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4549/2536

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งได้วินิจฉัยชี้ขาดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2528 อันเป็นกรณีที่โจทก์ได้ดำเนินการทางอนุญาโตตุลากา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2532

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปร่วมกันยื่นคำขอทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินที่โจทก์ จำเลยและผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินร่วมกัน จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่า ที่ดินส่วนของโจทก์มีบุคคลภายนอกครอบครองปรปักษ์จนไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 24/2532

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดชี้สองสถานว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดการชี้สองสถาน แล้ววินิจฉัยว่า การได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ผู้ได้กรรมสิทธิ์ต้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้