Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยอ้างว่า เงินค่าธรรมเนียมศาลมีจำนวนสูงมาก ไม่สามารถหาเงินได้ทันได้ติดต่อขอกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นไว้แล้ว แต่มีเหตุขัดข้องผู้ให้กู้ไม่สามารถนำเงินมาให้แก่จำเลยในขณะนี้ได้นั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาค้ำประกัน และสัญญาจำนองเป็นเงินจำนวน 12,575,818.85บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี จากต้นเงิน 10,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ถ้าไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด หากได้เงินไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้องระหว่างการพิจารณาในวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 2 ทนายจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าติดธุระเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เหตุที่ทนายจำเลยที่ 2 อ้างมิใช่เหตุจำเป็นอันมิอาจก้าวล่วงเสียได้ ให้ยกคำร้อง และถือว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีพยานมาสืบ จึงให้งดสืบพยาน

จำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 12,575,818.85บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี แต่มิให้เกินอัตราสูงสุดที่โจทก์มีสิทธิเรียกได้ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย และประกาศธนาคารโจทก์ ของต้นเงิน10,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาทจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี แต่จำเลยที่ 2 มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2ก่อนครบกำหนดยื่นอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมและยื่นอุทธรณ์มาใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมได้ หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอีก 3 ครั้ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตทุกครั้ง ต่อมาจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมอีกโดยอ้างว่าค่าธรรมเนียมศาลเป็นเงินจำนวนมาก จำเลยที่ 2 ยังไม่สามารถหาเงินมาวางต่อศาลได้ จึงขอขยายระยะเวลานับจากวันที่23 กุมภาพันธ์ 2544 จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2544ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำร้องมิใช่เหตุสมควรและศาลขยายระยะเวลาให้จำเลยที่ 2 มาหลายครั้งแล้ว จึงให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน และไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฉบับ ลงวันที่18 ธันวาคม 2543 คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดตามอุทธรณ์ทั้งสองฉบับให้จำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมาสู่ศาลฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยที่ 2ว่า กรณีที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษา โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลชั้นต้นสมควรอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ตามขอได้หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2 อ้างในคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544ว่าเงินค่าธรรมเนียมศาลมีจำนวนสูงมาก ไม่สามารถหาเงินได้ทัน จำเลยที่ 2 ได้ติดต่อขอกู้ยืมเงินจากบุคคลอื่นไว้แล้ว แต่มีเหตุขัดข้องผู้ให้กู้ไม่สามารถนำเงินมาให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ในขณะนี้นั้น พฤติการณ์ดังที่จำเลยที่ 2 อ้างนั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาชอบแล้ว ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา ฎีกาจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง · จิระวรรณ ศิริบุตร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567

โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2566 ภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นขยายให้ ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขออนุญาตฎีกาว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3670/2567

แม้ตามคำร้องขอขยายระยะเวลาของโจทก์จะอ้างเหตุผลอันไม่ใช่พฤติการณ์พิเศษตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 23 บัญญัติไว้ แต่เมื่อศาลเห็นว่า หากไม่ขยายให้แล้วอาจเสียความเป็นธรรมไป ศาลย่อมมีอำนาจทั่ว ๆ ไปที่จะขยายเวลาให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2567

กำหนดระยะเวลาฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่พอใจคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 มาตรา 26 วรรคห้า เป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งที่ศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจขยาย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712254)

เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาครั้งที่ 1 ถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2566 จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ต้องตรวจสอบให้รอบคอบว่าศาลอนุญาตให้ขยายถึงวันใด แต่จำเลยกลับตรวจสอบวันครบกำหนดผิดพลาดไปจึงถือได้ว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้