Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12551/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามคำฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายถึงการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวตาม ป.อ. มาตรา 80, 288 แต่ฎีกาของโจทก์กลับโต้เถียงข้อเท็จจริงว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาดังกล่าว นอกจากโจทก์มิได้บรรยายไว้ในคำฟ้องแล้ว ยังขัดแย้งกับข้อเท็จจริงตามคำฟ้องอีกด้วย จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว วินิจฉัยว่า พยานโจทก์ยังไม่มีมูลพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ และศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์แล้วได้ความว่า โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่า โดยฟ้องจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ศาลแขวงธนบุรีพิพากษาลงโทษจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) เห็นว่าคดีไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยได้วินิจฉัยทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ซึ่งในปัญหาข้อเท็จจริงได้วินิจฉัยว่าพยานโจทก์ยังไม่มีมูลพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์ ส่วนในข้อกฎหมายวินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดฐานพยายามฆ่า แต่ยื่นฟ้องจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ศาลแขวงธนบุรีมีคำพิพากษาลงโทษจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลที่จะรับประทับฟ้องไว้พิจารณา ซึ่งคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ว่าในส่วนของข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นเหตุให้ศาลพิพากษายกฟ้องได้ อุทธรณ์ของโจทก์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นอันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงมาเพียงประการเดียว มิได้โต้แย้งคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องที่ว่าสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ยังไม่ระงับไปมาด้วยไม่ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและเท่ากับโจทก์ยอมรับแล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้อีกไม่ได้เพราะเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4)

เมื่อปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องยุติดังกล่าวแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโจทก์หรือไม่ ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของโจทก์ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง อุทธรณ์ของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ และพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างในการยื่นฎีกานั้น คู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกาและต้องเป็นข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 การที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยใช้อาวุธปืนสั้นจ้องเล็งไปทางโจทก์และยิงโจทก์แต่กระสุนปืนไม่ถูกเพราะโจทก์เอี้ยวตัวหลบ จากนั้นจำเลยจะยิงโจทก์อีก แต่นายสมพงษ์พูดโน้มน้าวถึงปัญหาของลูก เป็นผลให้จำเลยหยุดกระทำการที่จะยิงโจทก์อีกพฤติกรรมของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานพยายามฆ่ากรรมหนึ่ง หลังจากนั้นจำเลยใช้อาวุธปืนสั้นตบที่ศีรษะของโจทก์

ทำให้ศีรษะแตกมีโลหิตไหล แล้วจำเลยหลบหนีไปซึ่งเป็นความผิดต่อร่างกายอีกกรรมหนึ่ง แม้พนักงานอัยการจะฟ้องจำเลยในความผิดต่อร่างกายและศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว แต่จำเลยยังไม่ถูกลงโทษในความผิดฐานพยายามฆ่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) นั้น เมื่อพิเคราะห์คำฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2541 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยใช้อาวุธปืนสั้นยิงประทุษร้ายโจทก์โดยเจตนาฆ่า และได้ลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล เนื่องจากกระสุนปืนไม่ถูกโจทก์ โจทก์จึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย แล้วจำเลยเดินตรงเข้าหาโจทก์ใช้มือขวาที่ถืออาวุธปืนสั้นตบที่บริเวณขมับศีรษะข้างซ้ายของโจทก์จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลโลหิตไหลออกมา และทันใดนั้นจำเลยใช้มือขวาถืออาวุธปืนสั้นโดยหันปลายกระบอกปืนไปที่ตัวโจทก์อีกครั้ง แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือขวาง้างนกอาวุธปืนสั้นออกโดยเจตนาจะยิงโจทก์ให้ตาย แต่นายสมพงษ์เดินมาทางด้านหลังจำเลยและใช้มือจับมือข้างขวาของจำเลยที่ถืออาวุธปืนสั้นกดลงกับพื้น เป็นเหตุให้จำเลยซึ่งลงมือกระทำความผิดไปโดยตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผล และจำเลยได้หลบหนีไป

โจทก์จึงรอดพ้นจากความตาย และได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2541 การกระทำของจำเลยดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288 ขอให้ศาลออกหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องจำเลยมาพิจารณาลงโทษตามกฎหมาย เห็นได้ว่า ตามคำฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายถึงการกระทำความผิดของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288 แต่ฎีกาของโจทก์กลับโต้เถียงข้อเท็จจริงว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง จึงมีผลอย่างเดียวกับการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อเท็จจริงตามที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาดังกล่าว นอกจากโจทก์มิได้บรรยายไว้ในคำฟ้องแล้ว ยังขัดแย้งกับข้อเท็จจริงตามคำฟ้องอีกด้วย จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศิริชัย จิระบุญศรี · วสันต์ ตรีสุวรรณ · สมบัติ อรรถพิมล
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2545/2562

แม้การขออนุญาตปฏิบัติการอำพรางตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 7 เป็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างหนึ่ง อันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลมีอำนาจหยิบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9346/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ถนนที่จำเลยจอดรถมีสภาพมืดไม่มีแสงส่องสว่าง จำเลยไม่ได้เปิดโคมไฟเล็ก โคมไฟท้ายและโคมไฟส่องป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้ใช้ยานพาหนะเห็นรถที่จอดได้โดยชัดแจ้งในระยะไม่น้อยกว่าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5258/2558

การที่จำเลยกระทำการปลอมเอกสารใบรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษของที่ทำการไปรษณีย์พิษณุโลก ด้วยการกรอกข้อความให้ปรากฏว่าเป็นการรับฝากส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษว่าได้ส่งไปตามหน่วยราชการต่าง ๆ แล้วอันเป็นเท็จ นั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6586/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยการแบ่งบรรจุเป็นถุงย่อย ๆ ถุงละ 20 เม็ด 8 ถุง 10 เม็ด 5 ถุง 8 เม็ด 1 ถุง 4 เม็ด 1 ถุง 1 เม็ด 1 ถุง และมีอีก 10 เม็ด รวม 223 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 4.905 กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5025/2557

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 215 ประกอบมาตรา 158 (7) การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้