Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1257/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลกำหนดวันชี้สองสถานให้คู่ความทราบวันนัดแล้ว ครั้นถึงกำหนดวันนัด โจทก์ไม่มาศาล เช่นนี้ กรณียังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินจากโจทก์ และได้รับเงินไปแล้วครั้นถึงกำหนด จำเลยไม่ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า เดิมจำเลยเคยกู้เงินจากโจทก์จำนวนหนึ่ง โดยจำเลยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน จำเลยไม่ได้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์จึงเอาดอกเบี้ยและต้นเงินดังกล่าวมารวมทำสัญญากู้ฉบับนี้ขึ้น และที่จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ก็เพราะโจทก์หลอกลวงข่มขู่หาว่าจำเลยฉ้อโกงในการกู้เงินจำนวนที่กู้เดิม จำเลยกลัวจึงลงลายมือชื่อให้ สัญญากู้จึงไม่สมบูรณ์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นรับคำให้การของจำเลยไว้ ส่งสำเนาคำให้การให้โจทก์และสั่งนัดชี้สองสถานในวันที่ 14 ตุลาคม

พ.ศ. 2513 เวลา 8.30 น.ทนายโจทก์ทนายจำเลยได้ลงนามทราบวันนัดโดยถูกต้อง ครั้นถึงวันที่14 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เวลา 9.50 น. ศาลออกนั่งพิจารณาเพื่อทำการชี้สองสถาน คงมาแต่จำเลยและทนายจำเลย โจทก์และทนายโจทก์ไม่มาศาล ทนายจำเลยแถลงว่า กรณีเช่นนี้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องศาลชั้นต้นสั่งว่า กรณีถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดีโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า กรณีที่จะถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) นั้น จะต้องเป็นเรื่องที่โจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีตามหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องกระทำ ภายในกำหนดเวลาที่ศาลกำหนด ส่วนการที่ศาลกำหนดวันชี้สองสถานเป็นการดำเนินกระบวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 182, 183 ซึ่งศาลอาจกำหนดให้มีการชี้สองสถานหรือไม่ก็ได้

ถ้าศาลเห็นสมควรให้มีการชี้สองสถาน ก็ให้ส่งกำหนดนัดให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 3 วันมิได้มีกฎหมายบังคับว่าคู่ความต้องไปศาลในวันนัดชี้สองสถาน เมื่อคู่ความฝ่ายใดไม่ไปศาลในวันนัดชี้สองสถาน ศาลก็อาจดำเนินการชี้สองสถานกำหนดหน้าที่นำสืบและแจ้งวันนัดสืบพยานให้คู่ความทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 184 ได้ ฉะนั้น การที่โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดชี้สองสถาน จึงถือไม่ได้ว่า โจทก์ทิ้งฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้