Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1260/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การยกที่ดินให้มัสยิดโจทก์ขณะยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลจะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตามหากต่อมามัสยิดโจทก์มีสภาพเป็นนิติบุคคลขึ้น และมีความประสงค์ให้จำเลยซึ่งมีฐานะเป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินนั้นแทนมัสยิดส่งมอบที่ดินคืนจำเลยย่อมหมดหน้าที่ที่จะยึดถือที่ดินไว้แทนมัสยิดโจทก์อีกต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1368 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.มัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า พ.ศ. 2443 นายอีซุฟ อัซซัน โจอังกุเลีย ได้อุทิศที่ดินตำบลบางคอแหลม เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ให้สร้างสุเหร่าหรือมัสยิดขึ้นตามลัทธิศาสนาอิสลามเพื่อประโยชน์แก่บรรดาผู้ร่วมศาสนาเป็นสุเหร่าหรือมัสยิดสาธารณะ ดำเนินงานศาสนกิจเรื่อยมา เรียกว่าสุเหร่าใหม่บางคอแหลมหรือมัสยิดอัสสละฟียะฮ์ จนได้รับจดทะเบียนมัสยิดเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 ที่จังหวัดพระนคร เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2499 มีชื่อตามทะเบียนมัสยิดว่า "อัสสละฟียะฮ์" ที่ดินดังกล่าวได้ออกโฉนดเลขที่ 1582 เมื่อ ร.ศ.131 ในนาม "สุเหร่าใหม่" ถือกรรมสิทธิ์ แต่ขณะนั้นสุเหร่ายังไม่เป็นนิติบุคคล จึงได้ใส่ชื่อนายยากบและนายเอช.อี.ซองกุเลีย ในนามของทรัสตีสุเหร่าใหม่เมื่อ

พ.ศ. 2459 กับมีรายการแก้ทะเบียนผู้ถือกรรมสิทธิ์หลังโฉนดเพื่อสุเหร่านี้ต่อกันมาจนวันที่ 9 มิถุนายน 2490 จำเลยทั้งสี่ ซึ่งเป็นทรัสตีได้ลงชื่อในโฉนดที่ 1582 แทนทรัสตีคนเก่า อันเป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์เพื่อหรือแทนสุเหร่าซึ่งยังไม่เป็นนิติบุคคลเท่านั้น เมื่อมัสยิดได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว ก็ประสงค์จะเข้าจัดการทรัพย์สินของมัสยิดโดยตรง จึงให้ทนายแจ้งให้จำเลยทั้งสี่โอนโฉนดที่ 1582 ใส่ชื่อมัสยิดอัสสละฟียะฮ์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยตรง และมอบโฉนดพร้อมหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับที่ดิน เพื่อมัสยิดจะได้เข้าจัดการและครอบครองรับประโยชน์ต่อไป จำเลยทั้งสี่ก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสี่ให้การว่า ความจริงนายอีซุฟ

อัซซัน โจอังกุเลียได้ขายที่ดินให้แก่ทรัสตีเพื่อสร้างสุเหร่า ตามฟ้องโจทก์ก็แสดงให้เห็นว่าที่ดินที่ฟ้องมีชื่อบุคคลถือกรรมสิทธิ์ หาใช่ของมัสยิดไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลแพ่งให้คู่ความส่งเอกสารที่ต่างฝ่ายอ้างสนับสนุนคดีของตนและสอบถามข้อที่จะสืบพยานบุคคลของแต่ละฝ่ายแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดสืบพยานบุคคลเสีย แล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง นายอีซุฟ อัซซัน โจอังกุเลีย ไม่ได้ขายที่ดินที่ปลูกสร้างสุเหร่าที่ถนนตกให้แก่ทรัสตี แม้สุเหร่าใหม่นี้จะไม่ใช่นิติบุคคลมาแต่เดิม จำเลยผู้อ้างว่าในฐานะทรัสตียึดถือที่ดินไว้ ก็หาใช่ผู้ครอบครองโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของที่อุทิศไม่ จำเลยมีชื่อในโฉนดที่ 1582 เพียงถือไว้เพื่อสุเหร่าหรือบุคคลผู้ร่วมศาสนาของผู้อุทิศ ซึ่งบัดนี้เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายขึ้นแล้ว จำเลยย่อมหมดหน้าที่ที่จะยึดถือที่ดินไว้แทนต่อไปในเมื่อผู้เป็นเจ้าของเรียกร้องให้มอบคืน

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่โอนโฉนดที่ 1582 รายพิพาทใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฐานะของจำเลยตามโฉนดที่ 1582 เป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อสุเหร่าเท่านั้น ที่จำเลยคัดค้านว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสุเหร่าที่พิพาทให้โจทก์ เพราะมัสยิดโจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่20 กุมภาพันธ์ 2499 ในขณะมีการยกให้ มัสยิดโจทก์ยังไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคลยังเป็นผู้รับไม่ได้ การให้จึงไม่สมบูรณ์ และว่าจำเลยมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 1582 ในฐานะทรัสตีโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาใส่ชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การยกให้ของนายอี.เอช.โจอังกุเลีย จะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่บัดนี้สุเหร่าหรือมัสยิดอิสสละฟียะฮ์โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายแล้ว มีความประสงค์ให้จำเลยซึ่งมีฐานะเป็นเพียงผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 1582 เพื่อสุเหร่าหรือมัสยิดอัสสละฟียะฮ์โจทก์เท่านั้น ส่งมอบที่ดินคืน จำเลยย่อมหมดหน้าที่ที่จะยึดถือที่ดินไว้แทนอีกต่อไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2538

คำฟ้องโจทก์ได้ความว่า เดิมโจทก์ได้แบ่งที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดแจ้งขอจับจองและได้รับใบจองในชื่อจำเลย แต่จำเลยและผู้ร้องสอดไม่ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ โจทก์จึงเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2432/2538

จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยเช่าจากโจทก์ จึงเป็นการครอบครองที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ จำเลยย่อมไม่มีสิทธิครอบครอง โจทก์ฟ้องคดีนี้ยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยเปลี่ยนเจตนาใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2529/2537

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ แม้จะไม่ปรากฏว่าขณะยื่นคำฟ้องที่ดินพิพาทอาจให้เช่าได้เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือไม่ แต่ก็ได้ความว่าที่ดินพิพาทมีเนื้อที่ประมาณ 75 ตารางวาใช้ปลูกบ้านอยู่อาศัย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4393/2530

การที่ทายาทจะขอรับมรดกของเจ้ามรดกนั้น จะต้องมีคำยินยอมของทายาททุกคนมาแสดง โจทก์กระทำฝ่าฝืนระเบียบแบบแผนของทางราชการจนเป็นเหตุให้มีชื่อ โจทก์ ในโฉนด แต่ผู้เดียว จึงเป็นเรื่องที่โจทก์มีชื่อ ในทะเบียนสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3021/2522

จำเลยกู้เงินโจทก์และได้มอบที่นาให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ย แม้โจทก์จะเป็นฝ่ายเสียภาษีบำรุงท้องที่ ก็เป็นการเสียแทนจำเลย ไม่ทำให้เกิดสิทธิครองครองแต่อย่างไร โจทก์มิใช่เจ้าของที่พิพาท จึงไม่มีสิทธิอะไรที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้