คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกที่ดิน ๒ แปลงอ้างว่าเป็นมฤดกของบิดา ทางพิจารณาได้ความว่า บิดา โจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ท.บิดาพวกจำเลยได้ไปโอนใส่ชื่อตนเป็นผู้รับมฤดกในโฉนดที่ดิน ๒ แปลงนี้ ครั้นมารด โจทก์และ โจทก์ทราบจึงคัดค้านในที่สุดมารดาโจทก์กับ ท. ได้ตกลงทำสัญญากันโดยมารดาโจทก์ยอมรับเงิน ๑๑๐๐ บาท และไม่ขอเกี่ยวข้องกับมฤดกรายนี้ต่อไป ศาลฎีกาตัดสินว่า ตามข้อเท็จจริงข้างต้นจึงฟังว่าโจทก์ยินยอมให้ ท. ครอบครองที่ดินรายนี้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว ท. จึงได้กรรมสิทธิ เรื่องที่ โจทก์เถียงว่าไม่ควรฟังสัญญาฉะบับนี้ก็เถียงเนื่องจาก ท. มิได้แจ้งเครือญาติของบิดาโจทก์ว่าขัดต่อความสงบเรียบร้อย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องฟ้องเรียกมฤดกสิทธิในการรับมฤดกอาจสละกันได้ไม่ผิดต่อความสงบเรียบร้อย เมื่อยยอมให้ฝ่านจำเลยเป็นเจ้าของปกครองมาฝ่ายเดียว ฝ่ายจำเลยก็เป็นเจ้าของได้
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ตามศาลอุทธรณ์