Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1267/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทโจทก์มีแต่ สิทธิครอบครอง เมื่อโจทก์ละทิ้ง ที่ดิน พิพาทมานานถึง 7-8 ปี ถือ ได้ ว่าโจทก์สละเจตนาครอบครองหรือ ไม่ยึดถือทรัพย์สินพิพาทต่อไปการครอบครองของโจทก์ย่อมสุดสิ้นลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 ดังนี้ เมื่อจำเลยเข้ายึดถือที่ดิน พิพาททำประโยชน์ปลูกยางพาราโดย เจตนายึดถือเพื่อตน หลังจากการครอบครองของโจทก์สุดสิ้นแล้ว ดังนี้ จำเลยได้ สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 และไม่เป็นการละเมิดต่อ โจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าไป ในที่ดินของโจทก์โดยตัดต้นยางพาราพันธุ์พื้นเมืองและปลูกยางพาราขึ้นแทนต้นยางพาราเดิมของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ และจำเลยนำรถแทรกเตอร์บุกรุกเข้าไถทำลายต้นยางพาราของโจทก์อีกประมาณ 3 ไร่ โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยกลับโต้เถียงกรรมสิทธิ์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องและให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้บุกรุกและตัดต้นยางพาราพันธุ์พื้นเมืองของโจทก์ ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นของพ่อตาจำเลยพ่อตาจำเลยได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยได้ครอบครองมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นที่ดินมือเปล่า

จำเลยแย่งการครอบครองไปจากโจทก์เกินกว่าหนึ่งปีแล้วโจทก์จึงหมดสิทธิ์ที่จะฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครอง และจำเลยไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์สละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินพิพาทแล้ว เมื่อจำเลยเข้าครอบครองที่ดินพิพาททั้งสองแปลงหลังจากการครอบครองของโจทก์สุดสิ้นลงจำเลยจึงได้ซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาททั้งสองแปลง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...เห็นว่าที่โจทก์เบิกความว่าโจทก์จะทิ้งที่ดินพิพาททั้งสองแปลงมานานถึง 7-8 ปี แล้วนั้น ถือได้ว่าโจทก์สละเจตนาครอบครองหรือไม่ยึดถือทรัพย์สินพิพาทต่อไปการครอบครองของโจทก์ย่อมสิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377 ดังนั้น

เมื่อจำเลยยึดถือที่ดินพิพาททั้งสองแปลงทำประโยชน์ปลูกยางพาราโดยเจตนายึดถือเพื่อตนหลังจากการครอบครองของโจทก์สิ้นสุดลงแล้ว จำเลยจึงได้ซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาททั้งสองแปลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367 การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นอีกต่อไป..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2501

การที่โจทก์อุทิศที่ดินให้ทำเป็นถนนหรือทางสาธารณะโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อจะทำถนนผ่านที่ของโจทก์ จะต้องทำสพานระหว่างที่ลำลาดให้น้ำไหลไปได้ และการจะทำสพานอย่างไรต้องปรึกษากันก่อน เมื่อถนนสาธารณะตามที่โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2553

จำเลยให้การว่า โจทก์มีคดีพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน โจทก์ได้ร่วมกันทำนิติกรรมฉ้อฉลโดยนำเอาเอกสารที่ยังไม่ได้กรอกข้อความใดๆ มาหลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อโจทก์แจ้งข้อความเท็จว่า จะนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12473/2553

การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้แก่ ป. และมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โดยมิได้กลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินอีก แสดงว่าจำเลยที่ 1 สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 วรรคหนึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 700/2549

โจทก์รู้เห็นและลงชื่อเป็นพยานในสัญญาซื้อขายพิพาทระหว่างจำเลยกับ ร. และยอมรับว่า บ. เป็นคนเฝ้าดูแลที่ดินให้จำเลย ดังนั้น โจทก์ย่อมทราบดีว่า ที่ดินพิพาทมีจำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองโดยการซื้อมาอย่างถูกต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้