Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยสี่คนกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง มีอาวุธเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้กัน จนเป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายสองคนและได้รับอันตรายสาหัสอีกคนหนึ่ง ผู้ตายคนหนึ่งถึงแก่ความตายเพราะถูกจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยิงในการชุลมุนต่อสู้กันนั้นเช่นนี้ เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทคือ จำเลยทุกคนผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294, 299, 83เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามมาตรา 288 อีกบทหนึ่งซึ่งจะต้องลงโทษจำเลยสองคนนี้ตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ถูกต้องได้ (แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ในคดีนี้กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องฝ่ายหนึ่ง กับนายช้อย พันธุรัตน์ นายชด พันธุรัตน์ กับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกฝ่ายหนึ่ง เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้กันเป็นเหตุให้นายช้อย พันธุรัตน์และนายชด พันธุรัตน์ ถูกยิงและถูกแทงถึงแก่ความตาย และนายสง่า อ่อมพยัพ ซึ่งมิได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้นั้นด้วยถูกกระสุนปืนของผู้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้ถึงบาดเจ็บสาหัส และในการชุลมุนต่อสู้กันนี้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ กับพวก ได้ร่วมกันใช้ปืนยิงนายช้อย จำเลยที่ ๔ใช้มีดปลายแหลมแทงนายชดโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายช้อยและนายชดถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุนั้นเอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘, ๘๓, ๙๐, ๙๑ จำเลยปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสี่ได้เข้าร่วมชุลมุนต่อสู้จนเป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บสาหัส และฟังว่า จำเลยที่ ๑และที่ ๒ เป็นคนใช้ปืนยิงนายช้อยถึงแก่ความตายพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘, ๘๓ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนัก ส่วนจำเลยที่ ๓ และที่ ๔มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๘๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๔ ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา และฐานร่วมชุลมุนในการต่อสู้เป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส ซึ่งเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๔, ๒๙๙ กระทงหนึ่ง และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓ อีกกระทงหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา ๒๘๘, ๘๓ซึ่งเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกาต่อมาว่า ไม่ได้ใช้ปืนยิงนายช้อยผู้ตายโดยเจตนาฆ่าจำเลยจึงควรมีความผิดฐานเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไป เป็นเหตุให้มีบุคคลถึงแก่ความตายโดยการกระทำในการชุลมุนต่อสู้นั้นเท่านั้น

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างทั้งสองว่า จำเลยที่ ๑และที่ ๒ ได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ตามฟ้อง จนเป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส และจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เป็นคนยิงนายช้อยถึงแก่ความตายแต่เห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองนี้เป็นการกระทำต่างกรรมกันระหว่างความผิดฐานเข้าร่วมชุลมุน ในการต่อสู้เป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บสาหัส กับความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้นศาลฎีกาเห็นว่า หาต่างกรรมกันไม่เพราะความผิดที่จำเลยทั้งสองก่อขึ้นในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่จำเลยทั้งสองเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไป และในการเข้าร่วมชุลมุนนั้นเอง จำเลยทั้งสองได้เป็นผู้ฆ่านายช้อย กับยังมีนายชดถึงแก่ความตาย และนายสง่าได้รับอันตรายสาหัสด้วย

การที่นายช้อยถูกจำเลยฆ่าตาย และนายชดถึงแก่ความตายกับนายสง่าได้รับอันตรายสาหัส จึงเกิดขึ้นเพราะมีการชุลมุนต่อสู้กันนั่นเองจะแยกเอาการที่จำเลยทั้งสองฆ่านายชดเป็นอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการที่จำเลยทั้งสองเข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้หาชอบไม่ การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๔, ๒๙๙, ๒๘๘ และ ๘๓ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนัก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม เภกะสุต · จรัญ อิศระ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
ศาลอุทธรณ์ - นายสงวน สิทธิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้