Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงเป็นใจความว่า จำเลยโดยทุจริตใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าจะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน โดยผู้เสียหายจะต้องจ่ายเงินให้จำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งความจริงแล้ว จำเลยไม่มีความตั้งใจที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศดังกล่าว เช่นนี้ คำฟ้องของโจทก์เป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายคงมีข้อความเป็นเท็จว่า จำเลยมีเจตนาที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน แต่ความจริงแล้ว จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศดังกล่าว เป็นการบรรยายฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๙๑

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๙๑ ลงโทษจำคุก ๒ กระทงรวม ๒ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริต ใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายทั้งสองด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยจะส่งผู้เสียหายทั้งสองไปทำงานที่ประเทศบาห์เรนในตำแหน่งช่างไม้ จะได้รับเงินเดือนเดือนละ ๘,๒๐๐ บาท โดยผู้เสียหายจะต้องจ่ายเงินให้จำเลยเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งความจริงแล้ว จำเลยไม่มีความตั้งใจที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศดังกล่าว แต่ประการใด จำเลยฎีกาว่า การบรรยายฟ้องดังกล่าวเป็นการกล่าวถึงความในใจของจำเลย ไม่ใช่เป็นการกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริงหรือเท็จ เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์เมื่ออ่านโดยตลอดแล้ว เป็นที่เข้าใจได้ว่า จำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยมีเจตนาที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศบาห์เรน แต่ความจริงแล้ว จำเลยไม่ได้มีเจตนาที่จะส่งผู้เสียหายไปทำงานที่ประเทศดังกล่าวแต่อย่างใด จึงเป็นการบรรยายฟ้องถึงรายละเอียดที่อ้างจำเลยได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) แล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพันธ์ ผลฉาย · ประการ กาญจนศูนย์ · พลจิตต์ ดียืน
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายดลจรัส รัตนโศภิต
ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2567

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลของการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6792/2557

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุเดียวกัน จำเลยเป็นทั้งคนร้ายที่เป็นตัวการร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอมและฉ้อโกงเอาเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วม แล้วจำเลยยังกระทำความผิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10471/2556

การที่โจทก์ทั้งสองมิได้ลงชื่อในคำฟ้องคดีอาญา แต่ให้ทนายโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ลงชื่อในฐานะโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 เวลากลางวัน วันเดือนปีใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 8 ซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้