Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ประทับฟ้อง จ่ายสำเนาวันนี้นัดพิจารณาเวลา 11.30 นาฬิกา เป็นการสั่งลอย ๆ ไม่เป็นกิจจะลักษณะว่านัดพิจารณาอะไร และนัดพิจารณาหลังจากโจทก์ยื่นฟ้องเพียง 1 ชั่วโมงเศษ อันเป็นเวลากะทันหัน แม้จะถือว่าโจทก์ทราบกำหนดนัดแล้วไม่มาศาลก็ยากที่โจทก์จะปฏิบัติได้ทันท่วงที ยังไม่เป็นเหตุให้พิพากษายกฟ้องทันที

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ มาตรา ๗, ๘ ทว, ๗๒, ๗๒ ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๗๑ ริบของกลาง ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เวลา ๑๐.๒๐ นาฬิกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าประทับฟ้องจ่ายสำเนา วันนี้นัดพิจารณาเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา ครั้นถึงกำหนดเวลานัดคงมาแต่จำเลย โจทก์ไม่มา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๖๖, ๑๘๑ โจทก์ยื่นคำร้องว่าศาลไม่ได้แจ้งกำหนดนัดพิจารณาให้โจทก์ทราบ โจทก์มิได้จงใจที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัด ขอให้ศาลยกคดีขึ้นไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งงดการไต่สวนและมีคำสั่งว่า ท้ายคำฟ้องของโจทก์มีข้อความระบุว่าโจทก์รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว ศาลมีคำสั่งในคำฟ้องในวันที่โจทก์ยื่นฟ้องถือว่าโจทก์ทราบวันเวลานัดพิจารณาแล้ว ไม่จำต้องแจ้งให้โจทก์ทราบอีก การที่โจทก์อ้างว่าไม่ได้ไปศาลตามกำหนดนัดเนื่องจากโจทก์ไม่ทราบและศาลมิได้แจ้งกำหนดนัดพิจารณาให้โจทก์ทราบมิใช่เหตุสมควรจึงมาไม่ได้ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖ ให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ อ้างว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาสั่งให้รับฎีกาของโจทก์โดยอ้างว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖, ๑๘๑ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาแต่เฉพาะข้อกฎหมายจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ท้ายคำฟ้องของโจทก์มีข้อความระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าโจทก์รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้วและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งในคำฟ้องของโจทก์ในวันเดียวกับที่โจทก์ยื่นฟ้องว่าประทับฟ้องจ่ายสำเนา วันนี้นัดพิจารณาเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกาและโจทก์มิได้รอทราบคำสั่งดังกล่าว

ศาลฎีกาเห็นว่าตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ประทับฟ้องจ่ายสำเนา วันนี้นัดพิจารณาเวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา เป็นการสั่งลอย ๆ ไม่เป็นกิจจะลักษณะว่านัดพิจารณาอะไร และนัดพิจารณาหลังจากโจทก์ยื่นฟ้องเพียง ๑ ชั่วโมงเศษ อันเป็นเวลากะทันหัน แม้จะถือว่าโจทก์ทราบกำหนดนัดแล้วไม่มาศาลก็ยากที่โจทก์จะปฏิบัติได้ทันท่วงที ยังไม่เป็นเหตุให้พิพากษายกฟ้องทันที ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๖๖, ๑๘๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นกำหนดนัดพิจารณาใหม่ แล้วดำเนินการพิจารณาต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดแพร่ - นายเรวัตร อิศราภรณ์
ศาลอุทธรณ์ - นายกิติ บูรพรรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2566

ก่อนเริ่มพิจารณาคดีศาลชั้นต้นสอบถามจำเลยเรื่องทนายความแล้ว จำเลยแถลงไม่ต้องการทนายความ ศาลจึงอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดี ที่โจทก์ขอให้เพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2563

ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัดให้ศาลยกฟ้องเสีย คำว่า "กำหนดนัด" ตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึงกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องหรือกำหนดนัดตรวจพยานหลักฐาน หรือกำหนดนัดพิจารณาซึ่งเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7493/2560

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ให้ศาลยกฟ้องเสีย ซึ่งคำว่า "กำหนดนัด" ตามบทบัญญัติดังกล่าว หมายถึง กำหนดนัดไต่สวนหรือกำหนดนัดพิจารณา แต่ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2549

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลนัดสืบพยานโจทก์เวลา 9 นาฬิกา โจทก์ทราบนัดโดยชอบแล้วจึงมีหน้าที่ต้องมาศาลตามกำหนด แม้ น. พนักงานอัยการโจทก์เจ้าของสำนวนจะมาที่ศาลแล้วแต่ก็มิได้เข้าห้องพิจารณา โดย น. ไปทำหน้าที่แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2548

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 19 บัญญัติให้โจทก์อาจฟ้องด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ หากจะฟ้องด้วยวาจาตามวรรคสองของบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้โจทก์ต้องแจ้งต่อศาลถึงชื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้