คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่สมคบกับพยายามปล้นทรัพย์และจำเลยที่ ๒ กับที่ ๓ มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๔๐, ๘๐ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ กับขอให้สั่งริบปืน และเครื่องกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้ง ๔ รับสารฐานปล้น จำเลยที่ ๒ - ๓ รับสารภาพ ในข้อหามีปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาต
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์ ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๓ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ จำคุก คนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน จำเลยที่ ๒ - ๓ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๗๒ จำคุกจำเลยที่ ๒ - ๓ ในฐานนี้อีกคนละ ๖ เดือน ของกลางริบ จำเลยที่ ๔ ผู้เดียวอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยร่วมกระทำผิด แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลก็ควรยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ในข้อหาฐานพยายามปล้นทรัพย์ อุทธรณ์ของจำเลยที่ ๔ ฟังไม่ขึ้น แต่ข้อที่ศาลชั้นต้นพิพากษาวางโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ฐานมีปืน ๗, ๗๒ ด้วย นั้น
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่จำเลยที่ ๒ - ๓ มีปืนของกลางไว้นั้น ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๙ ผ่อนผันไม่เอาโทษแก่ผู้ที่นำอาวุธปืนที่มีอยู่ไปจดทะเบียนขอรับอนุญาตต่อนายทะเบียนท้องที่ภายใน ๙๐ วัน การที่อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของจำเลยที่ ๒ - ๓ จึงไม่ต้องรับโทษ แม้จำเลยที่ ๒ - ๓ จะมิได้อุทธรณ์ขึ้นมา
ศาลอุทธรณ์ก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นเหตุในลักษณะคดี และคดีนี้ก็ยังไม่ถึงที่สุด
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เฉพาะในข้อที่ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่รับอนุญาตนั้นเสีย ปืนและเครื่องกระสุนปืนไม่ริบ ่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องความผิดฐานมีอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น โจทก์จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ คงมีแต่จำเลยที่ ๔ ซึ่งต้องหาปล้นทรัพย์ผู้เดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อ้างว่า เป็นเหตุในลักษณะคดีนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วยเพราะการที่จำเลยที่ ๒ - ๓ มีอาวุธปืนนั้น จะมีโดยได้รับอนุญาตหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ ซึ่งเป็นผู้อุทธรณ์ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลอุทธรณ์ จึงไม่มีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ - ๓ได้ ศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ - ๓ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น