Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลย่อมมีอำนาจที่จะระบุไว้ในคำพิพากษานั้นด้วยว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3) ไม่เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำฟ้อง และไม่ขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะมาตรา142 กับมาตรา 148 นั้น ต้องพิจารณาประกอบกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ 1 ผู้กู้ และจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่ได้ยืมเงินโจทก์ แต่ยืมเงินของบริษัทค้าสัตว์ทหารสามัคคีจำกัดโจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลภายหลังการกู้เงินรายนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยจำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นด้วย จึงพ้นความรับผิดเมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน ฟังว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินจากบริษัทค้าสัตว์ฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2498 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน บริษัทโจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลภายหลังการกู้เงินรายนี้ ผู้จัดการบริษัทโจทก์เบิกความว่าบริษัทค้าสัตว์ฯ ได้เลิกกิจการแล้วโอนกิจการรวมทั้งสิทธิและหน้าที่และหนี้สินให้กับบริษัทโจทก์ แต่โจทก์ไม่บรรยายในฟ้องถึงการโอนดังที่พยานโจทก์เบิกความ

การนำสืบของโจทก์ในข้อนี้จึงนอกประเด็นศาลชั้นต้นจึงวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่วินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์จะฟ้องคดีใหม่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ที่ศาลพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องคดีได้ใหม่นั้น ไม่ถูกต้อง ชอบที่จะยกฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไขให้ฟ้องใหม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เรื่องนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยไม่ได้ตั้งข้อหาเรื่องรับโอนหนี้จากบริษัทเจ้าหนี้ของจำเลย แต่มูลหนี้ที่โจทก์รับโอนมามีอยู่ ศาลแพ่งยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือประการใด ฉะนั้นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กล่าวว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องใหม่จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องใหม่ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3)บัญญัติรับรองให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งไว้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิที่จะนำคดีมายื่นฟ้องใหม่โดยไม่มีเงื่อนไขหรือวางกฎเกณฑ์ไว้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวได้ภายในเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์อย่างใด จึงเป็นการให้อำนาจศาลในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ที่จะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร คดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความรับผิดต่อโจทก์ในหนี้สินรายที่โจทก์ฟ้องนี้หรือไม่ เป็นแต่วินิจฉัยในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ จึงเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 และไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะแม้มาตรา 142 จะห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้อง เว้นแต่จะต้องด้วยข้อยกเว้นอันบัญญัติไว้ในมาตรานั้น แต่เมื่อมีมาตรา 148 ให้อำนาจศาลไว้ดังกล่าวแล้ว ก็ต้องพิจารณามาตราทั้งสองนี้ประกอบกัน และถือว่าการสั่งให้ฟ้องได้ใหม่ตามมาตรา 148 หาใช่เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำฟ้องไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2536

เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ยอมรื้อเรือนและร้านค้าออกจากที่ดินพิพาท และจำเลยที่ 3เป็นบริวารจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์ก็ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2534

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินทั้งแปลง ได้แบ่งขายให้โจทก์บางส่วนโดยยังมิได้มีการแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วนแน่นอน และแม้จำเลยที่ 1 จะได้ยกที่ดินอีกบางส่วนให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไปยื่นขอออก น.ส.3 ก. แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2515

เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีใดว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดเพียงใด ย่อมเป็นเรื่องที่คู่ความจะต้องดำเนินการในคดีนั้นเพื่อขอคำวินิจฉัยจากศาล แม้ คดีนั้นจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้