Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 โจทก์ชักนำให้จำเลยที่ 2 ไปซื้อ จำเลยที่ 2 พา บ. และ ก. ไปซื้อ โดยโจทก์เป็นผู้จัดการให้จำเลยที่ 2 นำไปซื้อ ต่อมาเมื่อโจทก์สอบถาม จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทุจริตแจ้งข้อความอันเป็นเท็จปกปิดความจริงต่อโจทก์โดยบอกว่ายังไม่ได้ขายที่ดินให้ใคร ซึ่งความจริงได้ขายให้ บ.และก.ไปแล้ว การแจ้งเท็จและปกปิดความจริง ทำให้จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งค่านายหน้าอันเป็นสิทธิของโจทก์เป็นเงิน 3,500 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ดังนี้ หากจะฟังว่าจำเลยหลอกลวงโจทก์ตามฟ้องจริง การหลอกลวงเช่นนั้นก็มิได้ทำให้จำเลยได้เงินไปจากโจทก์ซึ่งอ้างว่าถูกหลอกลวงหรือจากบุคคลที่สามแต่อย่างใด เงินที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ไปนั้นเป็นเพียงเงินค่านายหน้าซึ่งโจทก์ถือว่าตนมีสิทธิจะได้ และจำเลยไม่ชำระให้เท่านั้นเป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดตามฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โฉนดที่ 7853 โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 ของเงินที่ขายที่ดินได้ โจทก์ตกลง และได้ชักนำให้จำเลยที่ 2 มาซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จำเลยที่ 2 ได้พานางบุญทรง ตันไถง และนางสาวกัลยา ฐิตรังสี ไปซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้จัดการให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้นำไปซื้อ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทุจริตแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงต่อโจทก์ เมื่อโจทก์สอบถามถึงเรื่องการซื้อขายที่ดิน จำเลยทั้งสองบอกว่าจำเลยที่ 1 ยังมิได้ขายที่ดินให้ใคร ซึ่งความจริงจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายบุญทรงและนางสาวกัลยาไปแล้วในราคา 35,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้รู้เห็น

การแจ้งเท็จและปกปิดความจริงของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์หลงเชื่อและทำให้จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งค่านายหน้าอันเป็นสิทธิของโจทก์ เป็นเงิน3,500 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องว่า รูปคดีตามที่บรรยายฟ้องเป็นกรณีในทางแพ่ง เป็นการผิดสัญญานายหน้า ไม่มีมูลความผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากจะฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยจะให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 ของเงินที่ขายได้ โจทก์ได้ชักนำให้จำเลยที่ 2 มาซื้อ แล้วจำเลยที่ 2 ได้ชักนำนายบุญทรงและนางสาวกัลยามาซื้ออีกต่อหนึ่ง โจทก์ให้จำเลยที่ 2 นำบุคคลทั้งสองนี้ไปซื้อจนจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินให้แก่บุคคลทั้งสองสำเร็จไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองปกปิดความจริง

กลับบอกโจทก์ว่ายังไม่ได้ขายที่ดินให้ใคร ดังนี้ก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ เช่นนี้ มิได้ทำให้จำเลยทั้งสองได้เงินไปจากโจทก์ซึ่งอ้างว่าถูกหลอกลวง หรือจากบุคคลที่สามแต่อย่างใด เงินจำนวน 3,500 บาท ที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ไปนั้น เป็นเพียงเงินค่านายหน้าซึ่งโจทก์ถือว่าตนมีสิทธิจะได้ และจำเลยไม่ชำระให้โจทก์เท่านั้น โจทก์จะมีสิทธิได้รับค่านายหน้าจำนวนนี้จากจำเลยที่ 1 หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ · รื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2567

องค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 ต้องประกอบด้วยผู้หลอกลวงมีเจตนาทุจริต หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง และผลของการหลอกลวงนั้นทำให้ผู้หลอกล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3414/2565

แม้คำฟ้องจะบรรยายความผิดฐานฉ้อโกงมาด้วย แต่การกระทำอันเดียวกันอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือยักยอกฐานหนึ่งฐานใดก็ได้ และเป็นเรื่องในใจของจำเลยว่าจำเลยมีเจตนาปลอมใบส่งของและใบเสร็จรับเงินเพื่อการหลอกลวงให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6792/2557

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุเดียวกัน จำเลยเป็นทั้งคนร้ายที่เป็นตัวการร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ ใช้เอกสารสิทธิปลอมและฉ้อโกงเอาเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ร่วม แล้วจำเลยยังกระทำความผิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10471/2556

การที่โจทก์ทั้งสองมิได้ลงชื่อในคำฟ้องคดีอาญา แต่ให้ทนายโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ลงชื่อในฐานะโจทก์ทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 เวลากลางวัน วันเดือนปีใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 8 ซึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้