คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โฉนดที่ 7853 โดยตกลงให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 ของเงินที่ขายที่ดินได้ โจทก์ตกลง และได้ชักนำให้จำเลยที่ 2 มาซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว จำเลยที่ 2 ได้พานางบุญทรง ตันไถง และนางสาวกัลยา ฐิตรังสี ไปซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้จัดการให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้นำไปซื้อ ต่อมาจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทุจริตแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดความจริงต่อโจทก์ เมื่อโจทก์สอบถามถึงเรื่องการซื้อขายที่ดิน จำเลยทั้งสองบอกว่าจำเลยที่ 1 ยังมิได้ขายที่ดินให้ใคร ซึ่งความจริงจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้แก่นายบุญทรงและนางสาวกัลยาไปแล้วในราคา 35,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้รู้เห็น
การแจ้งเท็จและปกปิดความจริงของจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์หลงเชื่อและทำให้จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งค่านายหน้าอันเป็นสิทธิของโจทก์ เป็นเงิน3,500 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 83ศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องว่า รูปคดีตามที่บรรยายฟ้องเป็นกรณีในทางแพ่ง เป็นการผิดสัญญานายหน้า ไม่มีมูลความผิดทางอาญา พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หากจะฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ตกลงให้โจทก์เป็นนายหน้าหาคนซื้อที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยจะให้ค่านายหน้าแก่โจทก์ร้อยละ 10 ของเงินที่ขายได้ โจทก์ได้ชักนำให้จำเลยที่ 2 มาซื้อ แล้วจำเลยที่ 2 ได้ชักนำนายบุญทรงและนางสาวกัลยามาซื้ออีกต่อหนึ่ง โจทก์ให้จำเลยที่ 2 นำบุคคลทั้งสองนี้ไปซื้อจนจำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินให้แก่บุคคลทั้งสองสำเร็จไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองปกปิดความจริง
กลับบอกโจทก์ว่ายังไม่ได้ขายที่ดินให้ใคร ดังนี้ก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ เช่นนี้ มิได้ทำให้จำเลยทั้งสองได้เงินไปจากโจทก์ซึ่งอ้างว่าถูกหลอกลวง หรือจากบุคคลที่สามแต่อย่างใด เงินจำนวน 3,500 บาท ที่โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ไปนั้น เป็นเพียงเงินค่านายหน้าซึ่งโจทก์ถือว่าตนมีสิทธิจะได้ และจำเลยไม่ชำระให้โจทก์เท่านั้น โจทก์จะมีสิทธิได้รับค่านายหน้าจำนวนนี้จากจำเลยที่ 1 หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง การกระทำของจำเลยไม่มีมูลเป็นความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน