คำฟ้องและคำให้การ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยมิได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลายื่นฎีกา แต่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นหลังจากล่วงเลยกำหนดเวลาฎีกาแล้วขอให้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จะได้วินิจฉัยว่าตามที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสี่นั้นชอบหรือไม่ ปรากฏว่าในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดแล้วไม่มา ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ผู้รับมอบฉันทะจากทนายโจทก์ฟัง และให้ถือว่าจำเลยทราบคำพิพากษานี้แล้ว จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอยื่นฎีกาโดยอ้างเหตุว่า ในการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เจ้าพนักงานศาลส่งหมายนัดไปยังนายชื่น กุหลาบขาว ทนายจำเลย เนื่องจากนายชื่นทราบว่าไม่ว่าคดีจะแพ้หรือชนะ ตัวจำเลยไม่ต้องการให้นายชื่นว่าความในชั้นฎีกาต่อไป ดังนั้นเมื่อได้รับหมายนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายชื่นจึงไม่ได้แจ้งให้ตัวจำเลยทราบ
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2522 พนักงานเดินหมายนำคำบังคับคดีไปปิดที่ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยทั้งสี่จึงได้มาตรวจสำนวนคดีที่ศาลแพ่ง ปรากฏว่า พ้นกำหนดยื่นฎีกาแล้ว จำเลยทั้งสี่ไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นฎีกาเพราะเป็นเหตุสุดวิสัย ทั้งคดีจำเลยทั้งสี่มีทางชนะในชั้นฎีกาไม่ว่าปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ไต่สวนและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสี่พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การขอขยายกำหนดเวลายื่นฎีกามีบทบัญญัติมาตรา 23 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งบังคับว่า จะพึงทำได้ต่อเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษ และต้องมีคำขอขึ้นมาเสียก่อนสิ้นระยะเวลาที่กำหนดให้ยื่นฎีกา เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จึงจะมีคำขอขึ้นมาภายหลังได้
เท่าที่จำเลยทั้งสี่อ้างตามคำร้องนั้น เห็นอยู่ชัด ๆ ว่า แม้จะไต่สวนได้ความจริงดังตามข้ออ้างก็มิใช่กรณีเหตุสุดวิสัย แต่เป็นกรณีที่จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยละเลยต่อการดำเนินคดีของตน ทั้ง ๆ ที่ทราบดีแล้วว่าทนายจำเลยจะไม่มีโอกาสดำเนินคดีแทนจำเลยต่อไป ที่ถูกเมื่อจำเลยไม่ต้องการให้ทนายจำเลยดำเนินคดีในชั้นฎีกา ชอบที่จะขอถอนทนายจำเลยขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาใช้สิทธิยื่นฎีฏา ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเป็นความบกพร่องผิดพลาดของจำเลยทั้งสี่ ไม่ใช่เป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย ทั้งเหตุที่อ้างมาไม่พึงถือได้ว่า มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายกำหนดเวลายื่นฎีกาให้จำเลยทั้งสี่ได้ด้วย กรณีไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวนนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน