คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 91 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 7,511,562.30 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา บริษัทโมเดคเฮ้าส์ จำกัด ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ โดยอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 1 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน และให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเพราะเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ให้รับฎีกาโจทก์ร่วมเฉพาะปัญหาว่าอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมเป็นปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ไว้พิจารณา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกามีว่า คำอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาให้ยกนั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานยักยอก เมื่อสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้นแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คำเบิกความของนายจิตรกร ซึ่งเป็นกรรมการของโจทก์ร่วมเบิกความไม่อยู่กับร่องกับรอย พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมไม่สามารถนำสืบให้ชัดแจ้งถึง