Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1283/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 จำเลยยักยอกเงิน 2 ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน จำคุกจำเลยกระทงละ 2 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยผิดฐานยักยอกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314 ให้ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก 3 ปี ดังนี้ถือว่าแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 23/2503) (ควรเทียบดูฎีกาที่ 619/2499)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งเป็นสมุห์บัญชีของสมาคมกรรมกรไทย ในข้อหายักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓, ๗๑ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๕๒, ๓๕๓ กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทให้แก่สมาคมกรรมกรไทยด้วย จำเลยปฏิเสธ ศาลอาญาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยยักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทยไปสามแสนบาทจริงตามฟ้อง จำเลยมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๔, ๓๑๙ โดยฐานมีหน้าที่โดยตรง และโจทก์ขอเพียงมาตรา ๓๑๔ ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ จำเลยยักยอกเงิน ๒ ครั้ง ต่างกรรมต่างวาระกัน จำคุกจำเลยกระทงละ ๒ ปี ๖ เดือน รวม ๒ กระทง ๕ ปีให้จำเลยคืนหรือใช้เงินสามแสนบาทให้แก่ผู้เสียหาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ยักยอกเงินของสมาคมกรรมกรไทยไปจริงตามฟ้อง จำเลยได้รับมอบโดยเฉพาะให้ไปรับเงินจากกรมประชาสงเคราะห์และรับมอบเช็คให้ไปเบิกเงินจากธนาคารแล้วจำเลยยักยอกเอาเสีย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๔ ไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๓ และพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยกระทงละ ๑ ปี ๖ เดือน รวมจำคุกจำเลย ๓ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ๔ ข้อ ศาลฎีกาพิจารณาแล้วตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาดังกล่าวข้างต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้นั้น โดยมติที่ประชุมใหญ่ถือว่า แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๘ ฎีกาข้อ ๑ ถึง ข้อ ๓ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้าม ส่วนฎีกาข้อ ๔ ที่ว่า สมาคมกรรมกรไทยถูกคณะปฏิวัติขีดชื่อออกจากทะเบียนสิ้นสภาพนิติบุคคลแล้ว อัยการหมดอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยต่อไปนั้น จำเลยมิได้อุทธรณ์ จะยกขึ้นมาในชั้นฎีกาไม่ได้ ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ประจักษ์ศุภอรรถ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายอดุล รัตนบิณฑะ
ศาลอุทธรณ์ - นายหรุ่น แขวงโสภา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้