Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1285/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้หนี้ตามสัญญาซื้อขายฉบับที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดกับหนี้ตามสัญญาซื้อขายฉบับที่จำเลยอ้างว่า โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยจะมีวัตถุแห่งหนี้เป็นการชำระเงินเหมือนกัน แต่โจทก์ยังมีข้อโต้แย้งอยู่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาและได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว ดังนี้ จำเลยไม่มีสิทธิที่จะกันเงินไว้เพื่อนำไปหักกับหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายที่โจทก์นำมาฟ้อง.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาขายเครื่องอะไหล่ เครื่องยนต์สำหรับรถจักรดีเซลไฟฟ้า รวม 5 รายการเป็นเงิน 1,659,270 บาทโจทก์ได้ส่งมอบสินค้าดังกล่าวให้จำเลยและจำเลยได้ทำการตรวจรับสินค้านั้นแล้ว คิดเป็นสินค้าที่จำเลยรับไว้และจะต้องชำระราคาให้แก่โจทก์เป็นเงิน 1,608,140 บาท แต่จำเลยชำระให้โจทก์เพียง 1,323,414.25 บาท ส่วนที่เหลือจำนวน284,725.75 บาท จำเลยไม่ยอมชำระให้โดยอ้างว่าเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ให้แก่จำเลยตามสัญญาซื้อขายสินค้าตามใบสั่งซื้อเลขที่ 3487 เป็นเงิน 132,546.18 บาท และตามสัญญาซื้อขายสินค้าตามใบสั่งซื้อเลขที่ 3533 เป็นเงิน 152,179.57 บาทซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายสินค้ารายนี้ จำเลยไม่มีสิทธิที่จะหักได้ เมื่อคิดเป็นดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2525 ถึงวันฟ้องเป็นจำนวน40,929.32 บาท รวมเป็นเงินที่จะต้องชำระให้โจทก์ 325,655.07บาท จึงขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ให้แก่โจทก์จำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายตามฟ้องจริง แต่โจทก์ส่งเครื่องอะไหล่ให้จำเลยไม่ถูกต้องบางรายการต้องรับคืนไป จำเลยทวงถามให้โจทก์ส่งมอบเครื่องอะไหล่ให้ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อ แต่โจทก์ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิมาฟ้องให้จำเลยชำระราคาเครื่องอะไหล่เป็นเงิน 284,725.75 บาท พร้อมดอกเบี้ย เพราะเป็นสัญญาต่างตอบแทน จำเลยจึงไม่ต้องชำระราคาเครื่องอะไหล่ทั้งหมดให้แก่โจทก์ จำเลยมีสิทธิยึดเงินราคาของที่จะต้องชำระให้โจทก์ไว้ได้ทั้งหมดจนกว่าโจทก์จะได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญา การที่โจทก์ส่งของไม่ครบถ้วน โจทก์ต้องชำระค่าปรับเป็นเงิน 7,940 บาท จำเลยจึงขอฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระค่าปรับจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ย

ฟ้องโจทก์ขาดอายุความนอกจากนี้จำเลยมีสิทธิปฏิเสธไม่ชำระราคาสินค้าจนกว่าโจทก์จะส่งมอบสินค้าให้จำเลยครบถ้วน แต่ถ้าศาลฟังว่าจำเลยจะต้องรับผิดชำระราคาของให้แก่โจทก์ ก็ปรากฏว่าโจทก์ได้ตกลงขายเครื่องอะไหล่แบบเดียวกันให้จำเลยอีกตามสัญญาและใบสั่งซื้อเลขที่ 3487 และ 3533 โดยโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาอีกกล่าวคือโจทก์ส่งเครื่องอะไหล่ไม่ถูกต้อง จะต้องถูกปรับตามสัญญาเป็นเงิน 284,725.75 บาท และตามเงื่อนไขสัญญาก็ระบุให้เป็นสิทธิแก่จำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียวที่จะมีอำนาจวินิจฉัยว่าเครื่องอะไหล่ที่โจทก์ส่งมอบถูกต้องหรือไม่โจทก์ไม่มีสิทธิคัดค้าน เมื่อโจทก์ถูกตัดสิทธิดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยได้ว่าโจทก์ส่งมอบของถูกต้อง หนี้ค่าปรับที่จำเลยให้สิทธิหักกลบลบหนี้กับโจทก์ จึงเป็นหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้แต่อย่างใดขอบังคับให้โจทก์รับผิดต่อจำเลยตามฟ้องแย้ง โจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ชำระค่าเบี้ยปรับแก่จำเลยตามฟ้องแย้งเป็นเงิน 2,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'จำเลยมีสิทธิที่จะกันเงินจำนวน284,725.75 บาท ตามฟ้องโจทก์เพื่อนำไปหักกับหนี้ในสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ล.7 และ ล.8 ตามข้ออ้างของจำเลยได้หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้หนี้ตามที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดกับหนี้ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย ล.7 และ ล.8 จะมีวัตถุแห่งหนี้เป็นการชำระเงินเหมือนกันแต่ก็ได้ความตามทางนำสืบของโจทก์และจำเลยว่า โจทก์ยังมีข้อโต้แย้งอยู่ว่าโจทก์ไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาและได้ชำระหนี้ให้แก่จำเลยครบถ้วนแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะกันเงินจำนวนดังกล่าวไว้เพื่อนำไปหักกับหนี้ที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขายเอกสารหมาย จ.2 ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นคดีนี้ได้ดังนั้น จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินจำนวน 284,725.75 บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันที่จำเลยผิดนัด......'

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำนวน282,725.25 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่จำเลยผิดนัดคือวันที่ 21 พฤษภาคม 2525 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นำชัย สุนทรพินิจกิจ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2480/2517

หนี้ที่โจทก์ฟ้องเกิดจากการที่จำเลยซื้อข้าวโพดและโจทก์ได้มอบข้าวโพดให้จำเลยไปแล้ว กรณีเช่นนี้ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีหนังสือมาแสดง โจทก์จึงนำพยานบุคคลมาสืบเพิ่มเติมได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2554

สัญญาจำนำสิทธิการรับเงินฝากคืนไม่ใช่เป็นการจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 747 หากแต่เป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัครมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2554

ความรับผิดชอบจำเลยที่ต้องชำระค่างานให้แก่โจทก์กับความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องชำระค่าปรับแก่จำเลยเกิดจากสัญญาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างผูกพันในหนี้อันเดียวกัน จึงหาใช่เป็นการหักกลบลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5334/2553

หนี้ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้นั้นต้องเป็นหนี้อย่างเดียวกัน และต้องเป็นหนี้ที่ไม่มี ข้อต่อสู้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 ประกอบมาตรา 344 พยานหลักฐานที่โจทก์อ้างได้แก่ใบเสร็จรับเงินซึ่งโดยปกติเป็นเอกสารแสดงการรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2548

ป.พ.พ. มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กำหนดว่า การหักกลบลบหนี้จะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อบริษัท บ. เป็นลูกหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์โดยมีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันและหนี้ดังกล่าวถึงกำหนดชำระแล้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้