คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นปี พ.ศ. 2524 บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัดได้สั่งซื้อฝ้ายจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์จำนวน 294 มัด ผู้ขายจ้างให้บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์(พีทีอี.) จำกัด ขนส่งสินค้าตามใบตราส่งมายังผู้ซื้อในประเทศไทยโดยเรือชื่อ "โกตา บัวนา" ครั้นสินค้าบรรทุกเรือมาถึงประเทศสิงค์โปร์ได้ถ่ายลงเรืออีกลำหนึ่งชื่อ "โกตา กาจา" แล้วเรือลำนี้ได้นำสินค้ามาเทียบท่าเรือกรุงเทพ ผู้ขายได้เอาประกันภัยสินค้ารายนี้ไว้กับบริษัทแอสซูปาร์ เอ็น.วี. จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์และกลุ่มบริษัทของโจทก์ เรือบรรทุกสินค้าได้มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2524 และขนถ่ายสินค้าขึ้นท่าเรือในวันที่ 5เดือนเดียวกัน
ขณะที่ขนถ่ายสินค้าได้เกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้เรือ"โกตา กาจา" ซึ่งบรรทุกสินค้าจมลง ปรากฏว่าสินค้าฝ้ายยังไม่ได้ขนลงจำนวน 106 มัด ได้รับความเสียหายเนื่องจากไฟไหม้และจมน้ำบริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้ทวงถามโจทก์ผ่านบริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยได้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,302,185.60 บาท ให้บริษัทดังกล่าวแล้ว และบริษัทดังกล่าวได้ทำหนังสือมอบให้โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายต่อจากบริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด จึงต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าว ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,399,849.52 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 1,302,185.60บาท
นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.)จำกัด ไม่เคยแต่งตั้งมอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายเพียงแต่แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนในประเทศไทยเท่านั้นและเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดทั้งคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,399,849 บาท52 สตางค์ แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน1,302,185 บาท 60 สตางค์ นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 23 พฤศจิกายน 2526)เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า
เมื่อต้นปี พ.ศ. 2524 บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้สั่งซื้อฝ้ายจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 294 มัด ผู้ขายจ้างให้บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด ขนส่งสินค้ามายังผู้ซื้อในประเทศไทยโดยเรือชื่อ "โกตา บัวนา" ปรากฏตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.5 ครั้นสินค้าบรรทุกเรือมาถึงประเทศสิงคโปร์ได้ถ่ายลงเรืออีกลำหนึ่งชื่อ "โกตา กาจา" แล้วเรือลำนี้ได้นำสินค้ามาเทียบท่าเรือกรุงเทพ ในการส่งสินค้านี้ผู้ขายได้เอาประกันภัยสินค้ารายนี้ไว้กับบริษัทแอสซูปาร์ เอ็น.วี. จำกัดซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์และกลุ่มบริษัทของโจทก์ เรือบรรทุกสินค้าได้มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2524 และขนถ่ายสินค้าขึ้นท่าเรือในวันที่ 5 เดือนเดียวกัน
ขณะที่ขนถ่ายสินค้าได้เกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้เรือ "โกตา กาจา" ซึ่งบรรทุกสินค้าจมลงปรากฏว่าสินค้าฝ้ายยังไม่ได้ขนลงจำนวน 106 มัด ได้รับความเสียหายเนื่องจากไฟไหม้ และจมน้ำ บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัดได้ทวงถามโจทก์ผ่านบริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยได้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,302,185.60 บาทให้บริษัทดังกล่าวแล้ว และบริษัทดังกล่าวได้ทำหนังสือมอบให้โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับผิดในฐานะเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายต่อจากบริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด เมื่อวันที่ 23พฤศจิกายน 2526
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาเป็นปัญหาหลายประการและฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความรับขนของทางทะเลแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาอายุความเสียก่อน การที่บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์(พีทีอี.) จำกัด ขนสินค้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มายังท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าเรือปลายทาง เป็นการรับขนของทางทะเล ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคท้ายบัญญัติว่า "รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น" ปัจจุบันกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลของประเทศไทยยังไม่มี
ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่สสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล ต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 ว่าด้วยรับขนของ อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสาม มาตรา 624บัญญัติว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" ปรากฏว่า ผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องหรือผู้รับตราส่งรับสินค้าไปเมื่อพุทธศักราช 2524 โจทก์รับช่วงสิทธิเรียกร้องมาจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายและบุบสลายของสินค้าตามฟ้อง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน2526 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 624 เมื่อคดีของโจทก์ขาดอายุความซึ่งจะต้องพิพากษายกฟ้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาอื่น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์