Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1287/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่บริษัท ป. ขนสินค้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มายังท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าเรือปลายทางเป็นการรับขนของทางทะเล ป.พ.พ. มาตรา 609 วรรคท้ายบัญญัติว่า รับขนทางทะเลให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้นแต่ปัจจุบันกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลของประเทศไทยยังไม่มี ในเรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเลจึงต้องนำ ป.พ.พ.มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 ว่าด้วยรับขนของ อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับคดีตามที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ. มาตรา 4 วรรคสาม ซึ่งในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบของ เมื่อปรากฏว่าผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งรับสินค้าไปเมื่อ พ.ศ. 2524 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ประกันภัยรับช่วงสิทธิเรียกร้องมาจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งมาฟ้องเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2526 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นปี พ.ศ. 2524 บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัดได้สั่งซื้อฝ้ายจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์จำนวน 294 มัด ผู้ขายจ้างให้บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์(พีทีอี.) จำกัด ขนส่งสินค้าตามใบตราส่งมายังผู้ซื้อในประเทศไทยโดยเรือชื่อ "โกตา บัวนา" ครั้นสินค้าบรรทุกเรือมาถึงประเทศสิงค์โปร์ได้ถ่ายลงเรืออีกลำหนึ่งชื่อ "โกตา กาจา" แล้วเรือลำนี้ได้นำสินค้ามาเทียบท่าเรือกรุงเทพ ผู้ขายได้เอาประกันภัยสินค้ารายนี้ไว้กับบริษัทแอสซูปาร์ เอ็น.วี. จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์และกลุ่มบริษัทของโจทก์ เรือบรรทุกสินค้าได้มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2524 และขนถ่ายสินค้าขึ้นท่าเรือในวันที่ 5เดือนเดียวกัน

ขณะที่ขนถ่ายสินค้าได้เกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้เรือ"โกตา กาจา" ซึ่งบรรทุกสินค้าจมลง ปรากฏว่าสินค้าฝ้ายยังไม่ได้ขนลงจำนวน 106 มัด ได้รับความเสียหายเนื่องจากไฟไหม้และจมน้ำบริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้ทวงถามโจทก์ผ่านบริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยได้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,302,185.60 บาท ให้บริษัทดังกล่าวแล้ว และบริษัทดังกล่าวได้ทำหนังสือมอบให้โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว จำเลยเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายต่อจากบริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด จึงต้องรับผิดในความเสียหายดังกล่าว ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,399,849.52 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินจำนวน 1,302,185.60บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.)จำกัด ไม่เคยแต่งตั้งมอบหมายให้จำเลยเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายเพียงแต่แต่งตั้งให้จำเลยเป็นตัวแทนในประเทศไทยเท่านั้นและเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดทั้งคดีของโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,399,849 บาท52 สตางค์ แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงิน1,302,185 บาท 60 สตางค์ นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 23 พฤศจิกายน 2526)เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยชำระเงินให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า

เมื่อต้นปี พ.ศ. 2524 บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัด ได้สั่งซื้อฝ้ายจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จำนวน 294 มัด ผู้ขายจ้างให้บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด ขนส่งสินค้ามายังผู้ซื้อในประเทศไทยโดยเรือชื่อ "โกตา บัวนา" ปรากฏตามใบตราส่งเอกสารหมาย จ.5 ครั้นสินค้าบรรทุกเรือมาถึงประเทศสิงคโปร์ได้ถ่ายลงเรืออีกลำหนึ่งชื่อ "โกตา กาจา" แล้วเรือลำนี้ได้นำสินค้ามาเทียบท่าเรือกรุงเทพ ในการส่งสินค้านี้ผู้ขายได้เอาประกันภัยสินค้ารายนี้ไว้กับบริษัทแอสซูปาร์ เอ็น.วี. จำกัดซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์และกลุ่มบริษัทของโจทก์ เรือบรรทุกสินค้าได้มาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2524 และขนถ่ายสินค้าขึ้นท่าเรือในวันที่ 5 เดือนเดียวกัน

ขณะที่ขนถ่ายสินค้าได้เกิดเพลิงไหม้เป็นเหตุให้เรือ "โกตา กาจา" ซึ่งบรรทุกสินค้าจมลงปรากฏว่าสินค้าฝ้ายยังไม่ได้ขนลงจำนวน 106 มัด ได้รับความเสียหายเนื่องจากไฟไหม้ และจมน้ำ บริษัทไทยอเมริกันเท็กซ์ไทล์ จำกัดได้ทวงถามโจทก์ผ่านบริษัทบอร์เนียว (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทรับประกันภัยได้ใช้ค่าเสียหายจำนวน 1,302,185.60 บาทให้บริษัทดังกล่าวแล้ว และบริษัทดังกล่าวได้ทำหนังสือมอบให้โจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยให้รับผิดในฐานะเป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้ายต่อจากบริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์ (พีทีอี.) จำกัด เมื่อวันที่ 23พฤศจิกายน 2526

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาเป็นปัญหาหลายประการและฎีกาว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความรับขนของทางทะเลแล้ว เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาอายุความเสียก่อน การที่บริษัทปาซิฟิคอินเตอร์เนชั่นแนลไลน์(พีทีอี.) จำกัด ขนสินค้าจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์มายังท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าเรือปลายทาง เป็นการรับขนของทางทะเล ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 609 วรรคท้ายบัญญัติว่า "รับขนของทางทะเล ท่านให้บังคับตามกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการนั้น" ปัจจุบันกฎหมายและกฎข้อบังคับว่าด้วยการรับขนของทางทะเลของประเทศไทยยังไม่มี

ศาลฎีกาเห็นว่า ในเรื่องอายุความฟ้องร้องเรียกค่สสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล ต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 ว่าด้วยรับขนของ อันเป็นบทกฎหมายที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งมาปรับคดีตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 4 วรรคสาม มาตรา 624บัญญัติว่า "ในข้อความรับผิดของผู้ขนส่งในการที่ของสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือปีหนึ่งนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ เว้นแต่ในกรณีที่มีการทุจริต" ปรากฏว่า ผู้ซื้อสินค้าตามฟ้องหรือผู้รับตราส่งรับสินค้าไปเมื่อพุทธศักราช 2524 โจทก์รับช่วงสิทธิเรียกร้องมาจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับตราส่งมาฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายและบุบสลายของสินค้าตามฟ้อง เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน2526 คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามมาตรา 624 เมื่อคดีของโจทก์ขาดอายุความซึ่งจะต้องพิพากษายกฟ้องแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยฎีกาของจำเลยในปัญหาอื่น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7133/2538

ในการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้น ใบตราส่งเป็นหลักฐานสำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงว่าผู้ใดเป็นผู้ขนส่งสินค้าดังกล่าว เพราะเป็นเอกสารที่ผู้ขนส่งออกให้แก่ผู้ส่งซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับของที่ส่ง จุดหมายปลายทาง ชื่อแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6231/2538

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดโดยอ้างว่าจำเลยเป็นผู้รับขนทอดสุดท้ายร่วมกับผู้รับขนทางเรือจากต่างประเทศ จำเลยให้การปฏิเสธความรับผิดโดยอ้างเฮกรูลส์เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีเฮกรูลส์ซึ่งประเทศไทยนำมาใช้จน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1709/2532

การที่บริษัทเดินเรือขนสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นมายังท่าเรือของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นท่าเรือปลายทางเป็นการรับขนของทางทะเลซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 609วรรคท้าย บัญญัติให้บังคับตามกฎหมาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1066/2532

อายุความฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อความสูญหายหรือบุบสลายของสินค้าหรือสิ่งของที่ขนส่งทางทะเล ต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 624 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในบรรพ 3 ลักษณะ 8 หมวด 1 ว่าด้วยรับขนของ อั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3248/2531

ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยรับขนทางทะเลใช้บังคับและไม่ปรากฎว่ามีประเพณีการรับขนของทางทะเลที่ถือปฎิบัติกันอยู่ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะรับขนในหมวดรับขนของอันเป็นกฎหมายท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้