คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งหมดออกจากห้องซึ่งโจทก์มีสิทธิการเช่า และโจทก์ให้จำเลยอาศัยอยู่ แต่จำเลยก่อความรำคาญแก่โจทก์เสมอ จำเลยที่ ๑,๔,๖ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒,๓,๕,๗,๘ ต่อสู้ว่า จำเลยเหล่านี้กับโจทก์ได้ร่วมกันเช่าห้องนี้มา โดยช่วยออกเงินกินเปล่าและค่าเช่าด้วยกัน มิได้อาศัยห้องพิพาทต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นฟังว่า พวกจำเลยเป็นผู้เช่าห้องพิพาทและมีส่วนออกเงินด้วย โจทก์ลงชื่อในสัญญาเช่าแทนจำเลยและโจทก์ออกไปอยู่ที่อื่นนานแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ขับไล่จำเลยที่ ๑,๔,๖ นอกจากนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ในส่วนที่เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่า การที่ศาลยอมให้จำเลยนำสืบว่าจำเลยเป็นผู้เช่าด้วย เป็นการสืบเพิ่มเติมเอกสาร (สัญญาเช่าห้องพิพาท) ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง.ม.๙๔ นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า ไม่เป็นการสืบแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาเช่า แต่เป็นการนำสืบว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลย ไม่ต้องห้าม
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์