Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1293/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ได้กระทำด้วยหนังสือนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) บัญญัติไว้ 2 ประการ คือ ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง เมื่อฟ้องของโจทก์ได้บรรยายถ้อยคำอันเป็นข้อสำคัญที่ทำให้เห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทแล้ว แม้โจทก์จะไม่สามารถส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นการใส่ความโจทก์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ฟ้องโจทก์ก็ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ครบถ้วนแล้วเช่นกัน เมื่อการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง มิใช่เป็นการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามสายงานจำเลยก็อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามที่โจทก์ฟ้องได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทำบันทึกใส่ความโจทก์ต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรว่า โจทก์เป็นผู้สร้างระบบเผด็จการในการบริหารงานวางอำนาจใหญ่โต ออกกฎเกณฑ์หยุมหยิมโดยตนเองปฏิบัติไม่ได้ ปฏิบัติงานข้ามขึ้นผู้บังคับบัญชา ออกคำสั่งแทนผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตนเองไม่มีอำนาจ สร้างความแตกแยกในวงราชการ ยุยงให้ข้าราชการแตกความสามัคคี ยุยงให้ผู้น้อยกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ทำตัวไม่เหมาะสมในด้านชู้สาวกับผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายทั้งในทางส่วนตัวและในหน้าที่ราชการเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง โดยจำเลยเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ถูกสอบสวนและต้องรับโทษทางวินัย และจำเลยร่วมกันนำบันทึกดังกล่าวซึ่งมีข้อความอันเป็นเท็จและจำเลยรู้ว่าเป็นความเท็จแจ้งต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา โดยมีเจตนาให้โจทก์ได้รับโทษทางวินัย

ความจริงโจทก์มิได้ประพฤติปฏิบัติตามบันทึกที่จำเลยแจ้งไป เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายทั้งในทางส่วนตัวและในหน้าที่ราชการ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตร ๑๓๗, ๓๒๖, ๑๒๘, ๓๓๒, ๘๓, ๙๑ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๒ กับให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์รายวัน "ไทยรัฐ" และ"เดลินิวส์" มีกำหนด ๑๕ วัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นสั่งว่าให้ โจทก์ส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นการแจ้งความเท็จและใส่ความโจทก์ภายใน ๗ วันเพื่อประกอบในการสั่งฟ้องหากไม่ดำเนินการภายในกำหนดถือว่าทิ้งฟ้อง ต่อมาเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องและส่งสำเนาเอกสารต่อศาลศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นการแจ้งความเท็จและใส่ความโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) วรรคสอง แต่เอกสารที่โจทก์ส่งต่อศาลเป็นคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและหนังสือของโจทก์ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งในเอกสารไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อโจทก์ดังฟ้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่จำเลยรายงานต่อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามสายงานเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีเจตนาทุจริต แต่ประการใด พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิด ๒ กระทง คือฐานหมิ่นประมาท และฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน คำฟ้องคดีอาญาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ บัญญัติว่า "ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ และมี ฯลฯ (๕) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูด หนังสือ ภาพขีดเขียนหรือสิ่งอื่นอันเกี่ยวกับข้อหมิ่นประมาท ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง ฯลฯ"

พิเคราะห์แล้วความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ได้กระทำด้วยหนังสือนั้น กฎหมายบัญญัติไว้ ๒ ประการด้วยกันกล่าวคือ ให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์หรือติดมาท้ายฟ้อง เห็นว่าแม้กฎหมายจะใช้ถ้อยคำว่าให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์ แต่ในการบรรยายฟ้องโจทก์ก็หาจำต้องกล่าวทุกถ้อยคำแห่งตัวอักษรไม่ เพียงแต่กล่าวถ้อยคำอันเป็นข้อสำคัญที่ทำให้เห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทก็พอ ซึ่งโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยใส่ความโจทก์ว่าโจทก์สร้างระบบเผด็จการในการบริหารงาน ปฏิบัติงานข้ามขึ้นผู้บังคับบัญชาออกคำสั่งแทนผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตนเองไม่มีอำนาจ สร้างความแตกแยกในวงราชการ ยุยงให้ผู้น้อยกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ทำตัวไม่เหมาะสมในด้านชู้สาวกับผู้ใต้บังคับบัญชา

คำฟ้องของโจทก์จึงบรรยายถ้อยคำอันเป็นข้อสำคัญที่ทำให้เห็นว่าเป็นการหมิ่นประมาทแล้ว แม้โจทก์จะไม่สามารถส่งเอกสารที่อ้างว่าเป็นการแจ้งความเท็จและใส่ความโจทก์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดก็ตาม ส่วนความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงาน โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ครบถ้วนแล้วเช่นกัน ฟ้องโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมาย ข้อที่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์เป็นเรื่องที่จำเลยรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามสายงานนั้น เห็นว่าการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง มิใช่เป็นการรายงานต่อผู้บังคับบัญชาตามสายงาน จำเลยอาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาทและฐานแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามที่โจทก์ฟ้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องและพิจารณาพิพากษาต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ดำรง สายเชื้อ · ไพจิตร วิเศษโกสิน
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - ศาลอุทธรณ์ - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 43086)

1. ฟ้องว่าแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวน ตำรวจสันติบาลและสังฆมนตรี แต่ไม่ระบุว่าเป็นใคร นั้นเป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนที่หาว่าแจ้งความเท็จต่อสังฆนายกแม้ไม่ระบุว่าเป็นใคร นั้น ไม่เคลือบคลุมเพราะใครๆรวมท…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2506 (เลขอ้างอิง 82905)

1.ฟ้องว่าแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนตำรวจสันติบาลแบะสังฆมนตรี แต่ไม่ระบุว่าเป็นใคร นั้นเป็นฟ้องเคลือบคลุม ส่วนที่หาว่าแจ้งความเท็จต่อสังฆนายกแม้ไม่ระบุว่าเป็นใคร นั้น ไม่เคลือบคลุม เพราะใคร ๆ รวม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5796/2567

ความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ตาม ป.อ. มาตรา 137 เป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานอันเป็นบททั่วไป ส่วนความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่... ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2566

การบรรยายฟ้องความผิดฐานแจ้งความเท็จ ต้องระบุชัดเจนถึงข้อความเท็จนั้นว่ามีข้อความเป็นอย่างไร และความจริงเป็นอย่างไร คำฟ้องของโจทก์บรรยายเพียงว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเทศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3417/2565

ป.วิ.อ. มาตรา 158 บัญญัติว่า "ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือ และมี (1) ....(5) การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้