คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องผู้ทำละเมิดได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า
จำเลยให้การเพียงว่า โจทก์เป็นเจ้าของช้างพังชื่อป้องจริงหรือไม่ จำเลยทั้งสองไม่ทราบและไม่รับรอง เป็นคำให้การปฏิเสธลอย ศาลไม่ควรกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว โจทก์มิได้คัดค้านจึงเป็นเรื่องที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงชอบแล้ว
ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ช้างของจำเลยทำร้ายช้างของโจทก์ถึงแก่ความตายนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ที่อ้างว่ารู้เห็นในขณะที่ช้างทำร้ายกันมีนายทอน นายซุ้นนายลัน ทั้งนายทอน นายซุ้นเบิกความว่า เมื่อช้างสีดอแสนวิ่งไล่ทั้งสองคนก็วิ่งหนีจึงไม่เห็นขณะที่ช้างทำร้ายกัน ส่วนนายลันเบิกความว่า ช้างสีดอแสนวิ่งเข้ามาชนท้ายช้างพังป้องเป็นเหตุให้พยานตกจากคอช้างแล้วหลบซ่อนอยู่ในป่าไม่เห็นช้างสีดอแสนกดคอช้างพังป้อง ได้ยินแต่เสียงช้างร้อง โจทก์ว่าช้างพังป้องมีบาดแผลที่กกหูซ้ายเป็นรอยแตกยาวประมาณ 1 คืบ มีโลหิตไหล ต่อมาบริเวณแผลบวมปูดช้ำเขียวโตกว่าผลมะพร้าว ช้างไม่ยอมกินหญ้ากินน้ำ อ้าปากไม่ได้แสดงว่าช้างมีอาการป่วยหนัก ถ้าเป็นความจริงโจทก์ก็คงจะไปแจ้งความให้กำนันผู้ใหญ่บ้านรับรู้ แต่โจทก์ก็หาได้กระทำดังนั้นไม่
ทั้งไม่ได้ไปตามสัตวแพทย์ หรือผู้มีความรู้ในการรักษาสัตว์มารักษาอาการป่วยของช้าง โจทก์ว่าเมื่อช้างตายแล้วได้ให้หมอผ่าแผลตรวจดูพบว่าบริเวณหู กระดูกกรามหักแต่ไม่ปรากฏว่าได้นำหมดผู้นั้นมาสืบ ทั้งมิได้ให้ผู้ใดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่านี้มิได้แจ้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทราบเหตุ เพราะโจทก์กับจำเลยเป็นพี่น้องกันนั้น จำเลยมิได้รับว่าเป็นพี่น้องกับโจทก์ ทั้งโจทก์เป็นคนตำบลบ้านด่าน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนจำเลยเป็นคนตำบลบ้านตึกอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย พยานโจทก์คือนายศักดิ์ นายตา ที่อ้างว่าเห็นกรามช้างหักก็เบิกความแตกต่างกับโจทก์ โจทก์ว่าดูอาการช้างจนช้างถึงแก่ความตายที่ห้างนายเรือน
นายศักดิ์ว่าขณะที่ช้างตายโจทก์บวชพระอยู่ นายตาว่าโจทก์จ้างเหมารถยนต์ของตนจากตำบลบ้านด่านมาดูศพช้างเห็นกรามช้างข้างซ้ายช้ำเขียวมิได้ว่าแตกหัก โจทก์ว่าเมื่อช้างตายนายนวลไปดูศพช้างด้วย นายนวลเบิกความว่า ไม่เห็นมีรอยฟกช้ำดำเขียวบริเวณหน้าและบริเวณอื่น ๆ เลย พยานได้ตรวจดูทุกส่วนของศพช้างแล้ว กรามก็เป็นปกติโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ตกลงจะหาช้างมาใช้ให้หรือใช้เงินให้ 85,000 บาท แต่ไม่ได้ทำหลักฐานอันใดที่แสดงว่าจำเลยยอมรับผิดไว้เลย พยานหลักฐานของโจทก์ไม่พอฟังว่าช้างของจำเลยทำร้ายช้างของโจทก์จนถึงแก่ความตาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลพิพากษายืน ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ.