Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตั้งแต่โจทก์เริ่มฟ้องคดีจนถึงขั้นออกคำบังคับคดี โจทก์ได้ใช้วิธีขอให้ศาลประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ให้จำเลยแก้คดี กำหนดวันสืบพยานและประกาศให้จำเลยทราบคำบังคับตลอดมา เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์ได้ขอให้บังคับคดียึดสวนยางของจำเลยอันอยู่ในหมู่เดียวกับภูมิลำเนาที่จำเลยอยู่ตามฟ้องโจทก์ จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ อ้างว่าจำเลยไม่ได้ไปจากบ้านตามภูมิลำเนาที่ปรากฏอยู่ตามฟ้อง คงอยู่ที่ภูมิลำเนาของจำเลยตลอดมาจำเลยยังไม่ทราบคำบังคับของศาล เมื่อจำเลยถูกยึดทรัพย์ จำเลยไม่ทราบว่าถูกยึดและถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร บ้านจำเลยอยู่ไกลตัวเมืองห่างความเจริญ ไม่มีหนังสือพิมพ์จะอ่านหากตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนดังกล่าว ประกอบกับข้อที่จำเลยกล่าวอ้างเป็นความจริงย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้ เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อจำเลยได้ไปยื่นคำขอตรวจและคัดสำนวนต่อศาลที่ได้ออกคำบังคับ ทราบแน่ว่าจำเลยถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร และศาลได้มีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ซึ่งต่อจากนั้นอีก 7 วันจำเลยได้ไปยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ จึงยื่นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดตรัง แต่โจทก์ขอฟ้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นคือ ศาลจังหวัดปากพนัง และได้ขอให้ประกาศเรียกจำเลยแก้คดีและกำหนดวันนัดสืบพยานทางหนังสือพิมพ์ โดยอ้างว่าจำเลยอพยพไปจากภูมิลำเนา ไม่ทราบว่าไปอยู่แห่งใดจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลได้ดำเนินการสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว และพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีโจทก์ขอให้ศาลประกาศหนังสือพิมพ์ให้จำเลยทราบคำบังคับเมื่อพ้นกำหนดตามประกาศ โจทก์ได้ขอให้บังคับคดียึดสวนยางของจำเลยในจังหวัดตรังอันอยู่ในหมู่เดียวกับภูมิลำเนาที่จำเลยอยู่ตามฟ้องโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ทำการยึดตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2507 ต่อมาวันที่ 24 เมษายน 2507 จำเลยยื่นคำขอให้ศาลจังหวัดปากพนังพิจารณาคดีใหม่อ้างว่าจำเลยไม่ทราบคำฟ้องและคำบังคับที่ศาลได้ประกาศหนังสือพิมพ์ เพราะไม่มีหนังสือพิมพ์จะอ่าน จำเลยไม่ได้ไปไหน คงอยู่ที่บ้านอันเป็นภูมิลำเนาตลอดมา

จำเลยยื่นคำร้องขอล่าช้าเพราะเพิ่งทราบเมื่อถูกยึดทรัพย์ แต่ไม่ทราบว่าถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร ต้องให้ทนายไปดูสำนวนที่ศาลก่อนจึงได้ยื่น จำเลยไม่รู้จักโจทก์ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลย โดยอ้างว่ายื่นเกินกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 ทั้งคำร้องไม่ปรากฏพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า กรณีมีทางให้คิดไปได้ว่าจำเลยไม่ทราบคำฟ้องและคำบังคับ คดีไม่ได้เริ่มต้นด้วยการส่งหมายธรรมดาก่อน การส่งคำบังคับก็ใช้วิธีประกาศหนังสือพิมพ์ จำเลยยืนยันว่ามิได้ไปไหน คงอยู่ที่ภูมิลำเนาตลอดมา กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์กำหนดวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 และคำร้องของจำเลยก็ยื่นยังไม่พ้น 6 เดือนนับแต่วันยึดทรัพย์

ทั้งคำร้องของจำเลยได้กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำตัดสินของศาลแล้วให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลย แล้วมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ตามสำนวนคดีนี้ปรากฏมาตั้งแต่โจทก์เริ่มฟ้องคดีนี้จนถึงชั้นออกคำบังคับคดี ว่าโจทก์ได้ใช้วิธีขอให้ศาลประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ให้จำเลยแก้คดีกำหนดวันสืบพยาน และประกาศให้จำเลยทราบคำบังคับตลอดมา จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำบังคับที่ประกาศให้ทราบทางหนังสือพิมพ์นั้น โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยไว้ ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำขอตรวจและคัดสำนวนเอกสารในคดีนี้ หลังจากนั้นอีก 7 วัน จำเลยจึงมายื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนดังกล่าวประกอบกับข้อที่จำเลยกล่าวอ้าง

หากเป็นความจริง ย่อมถือได้ว่าจำเลยไม่สามารถยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับ โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ และพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้นี้เพิ่งสิ้นสุดลง เมื่อจำเลยได้ไปยื่นคำขอตรวจและคัดสำนวนต่อศาลที่ได้ออกคำบังคับ และทราบแน่ว่าจำเลยถูกฟ้องด้วยเรื่องอะไร และศาลได้มีคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ซึ่งต่อจากนั้นอีก 7 วัน จำเลยได้ไปยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ก็เป็นการได้ยื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 ซึ่งบัญญัติว่า เมื่อมีพฤติการณ์นอกเหนือแล้ว ให้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลง ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2545

การปิดคำคู่ความหรือเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 วรรคหนึ่ง ต้องกระทำให้มีลักษณะแน่นหนา ไม่หลุดออกไปโดยง่าย การที่เจ้าพนักงานศาลเพียงแต่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง กับหมายนัดสืบพยานโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2543

ขณะเจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายเรียกและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยทั้งสองครั้ง จำเลยได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและจำพรรษาอยู่ที่วัด ซึ่งห่างจากบ้านจำเลยเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร การเดินทางไปมาสะดวก ที่บ้านจำเลยมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3849/2535

ชั้นขอให้พิจารณาใหม่ จำเลยที่ 3 และที่ 10 ฎีกาเพียงว่าสัญญาค้ำประกันเป็นเอกสารปลอมนำมาเป็นมูลบังคับคดีกับจำเลยไม่ได้โดยมิได้ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในเหตุขาดนัดแต่ประการใดเลย ฎีกาของจำเลยที่ 3 แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2535

จำเลยมีถิ่นที่อยู่หลายแห่งและอยู่สับเปลี่ยนกันไป บ้านเลขที่ที่ระบุในคำฟ้องจึงเป็นภูมิลำเนาอีกแห่งหนึ่งของจำเลย การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องกับหมายนัดสืบพยานโจทก์ไปส่งตามที่อยู่ของจำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2533

คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยที่ 1 ที่ว่าการขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาของจำเลยที่ 1 เกิดจากความเข้าใจผิดของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยที่ 1 เข้าใจผิดว่า จำเลยที่ 2 ได้มอบหมายให้ทนายความประจำตัวของจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้