Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อปรากฏว่าจำเลยยังอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะผู้อาศัยสิทธิของผู้เช่า โดยไม่มีการเปลี่ยนเจตนายึดถือการครอบครองต่อผู้ให้เช่าว่าจำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทในนามของตนเองอย่างเป็นเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381 การที่จำเลยเพียงดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ จึงไม่ทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท กรณีไม่เป็นการแย่งการครอบครองไม่ว่าจำเลยจะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อมาอีกนานเท่าใด จำเลยจึงไม่ใช่ผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทมีบ้าน 1 หลัง โดยซื้อมาจากนางฮ. จากนั้นโจทก์ให้นางบ.เช่าอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทมีกำหนด 3 ปี นับตั้งแต่วันที่22 พฤศจิกายน 2517 ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2520 เมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาเช่า นางบ.ขออาศัยต่อไปจนกว่าโจทก์ต้องการที่ดินและบ้านคืนโจทก์ยินยอมเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2532 โจทก์มาดูที่ดินพบว่านางบ.ได้ออกจากบ้านและที่ดินของโจทก์ไปอยู่ที่อื่น จำเลยซึ่งเป็นบริวารนาง บ.ปลูกบ้านบนที่ดินของโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้ยินยอมหรืออนุญาต โจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยรื้อถอนบ้านและออกจากที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์และให้ให้รื้อถอนบ้านที่จำเลยปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า

สัญญาเช่าเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 3 ไม่ใช่เอกสารที่แท้จริง เพราะนางบ.เขียนหนังสือไม่ได้ นางบ.ครอบครองแทนโจทก์เพียงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2520 เท่านั้นโจทก์ทอดทิ้งที่ดินพิพาท 10 ปีเศษ จำเลยดำเนินการขอออก น.ส.3 ก.เป็นชื่อของจำเลยกับนายม. เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยการแย่งการครอบครองของโจทก์

โจทก์ฟ้องเกิน 1 ปี ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 444 หมู่ที่ 7(4) ตำบลเชียงดาวอำเภอเชียงดาว จังหวัด เชียงใหม่ และให้จำเลยรื้อถอนบ้านที่จำเลยปลูกสร้างลงในที่ดินแปลงดังกล่าวออกไปจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์โจทก์เคยให้นางบ. เช่ามีกำหนด 3 ปี ครบกำหนดเช่าเมื่อวันที่21 พฤศจิกายน 2520 ต่อมาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2529 มีการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 3555 และเลขที่ 3556ซึ่งเป็นที่ดินพิพาทในนามของจำเลยและของนายม.

มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นของจำเลยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า นางบ. เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์และยอมรับว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทในขณะทำสัญญาเช่าจำเลยเข้าอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของนางบ. เมื่อปรากฏว่าในระหว่างปี 2517 ถึงปี 2520 มีสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับนางบ.จำเลยจึงอยู่ในฐานะผู้อาศัยสิทธิของผู้เช่าตลอดมาและกรณีนี้จะถือว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุเพราะครบกำหนดเวลาเช่าไม่ได้ เนื่องจากหากผู้เช่าอยู่ต่อมาโดยไม่มีการทักท้วงจากผู้ให้เช่าแล้วก็ต้องถือว่าเป็นสัญญาเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลาต่อมาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 570

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่าได้แย่งการครองที่ดินพิพาทตั้งแต่วันที่14 กรกฎาคม 2529 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยได้รับแบบหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย ล.2 เป็นต้นมานั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยยังอยู่ในฐานะผู้อาศัยสิทธิของผู้เช่า โดยไม่มีการเปลี่ยนเจตนายึดถือการครอบครองต่อผู้ให้เช่าว่า จำเลยจะครอบครองที่ดินพิพาทในนามของตนเองอย่างเป็นเจ้าของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1381 การที่จำเลยเพียงดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จึงไม่ทำให้จำเลยได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาท กรณีไม่เป็นการแย่งการครอบครอง ไม่ว่าจำเลยจะอยู่ในที่ดินพิพาทต่อมาอีกนานเท่าใดจำเลยจึงไม่ใช่ผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นเจ้าของพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้