Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2542

พ.ศ. 2542 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ใบสมัครสมาชิกบัตรเสริมที่ออกโดยบริษัทโจทก์แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน และข้อความที่ระบุถึงความรับผิดนั้นอยู่ในส่วนประวัติสมาชิกบัตรหลัก และมีผู้ลงชื่อเพียงสมาชิกบัตรหลักคือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ขออนุมัติเท่านั้น คงปรากฏลายมือชื่อจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นประวัติของผู้สมัครบัตรเสริมเท่านั้น ซึ่งมิได้มีข้อความใดระบุว่าผู้สมัครบัตรเสริมคือจำเลยที่ 2 ได้ตกลงยินยอมถึงขนาดยอมตนเข้ารับผิดร่วมกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกบัตรหลักด้วย ทั้งข้อบังคับของสมาชิกภาพก็หามีข้อความใด ๆ ที่จะแปลความถึงขนาดให้มีผลถึงการรับรู้หรือผูกพันจำเลยที่ 2 ให้ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินคืนให้โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สมัครเข้าเป็นสมาชิกบัตรสินเชื่อไดเนอร์สคลับกับโจทก์และโจทก์ตกลงรับจำเลยที่ 1 เข้าเป็นสมาชิก จำเลยที่ 1 ตกลงจะปฏิบัติตามเงื่อนไข ระเบียบข้อบังคับที่โจทก์ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้บัตร และตกลงด้วยว่าเมื่อโจทก์ออกเงินชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จำเลยที่ 1 จะชำระคืนแก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ระบุในใบแจ้งยอดหนี้รายเดือนหากจำเลยที่ 1 ผิดนัดยอมเสียค่าธรรมเนียมให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 3.5 ต่อเดือน ของยอดหนี้ค้างชำระ โจทก์ออกบัตรหมายเลข3613-444527-0007 ให้แก่จำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์รับจำเลยที่ 2 เข้าเป็นสมาชิกบัตรเสริมและให้โจทก์ออกบัตรเสริมแก่จำเลยที่ 2 โดยตกลงผูกพันตนเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามยอดหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตรโดยยอมรับผิดร่วมกันอย่างลูกหนี้ร่วม

โจทก์ออกบัตรเสริมหมายเลข 3613-444527-0015ให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองนำบัตรที่โจทก์ออกให้ไปใช้หลายครั้งโจทก์ได้ชำระเงินแทนจำเลยทุกครั้งเฉพาะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยทั้งสองนำบัตรไปใช้ โจทก์ออกใบแจ้งยอดหนี้แก่จำเลยทั้งสองรวม 15 ฉบับ เมื่อถึงกำหนดจำเลยทั้งสองชำระเพียงบางส่วนจำเลยทั้งสองค้างชำระต้นเงิน 39,368.05 บาท เบี้ยปรับ6,220.12 บาท รวมเป็นเงิน 45,588.17 บาท แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระจึงต้องร่วมกันรับผิดชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 39,368.05 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 50,976.11 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงิน50,976.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน39,368.05 บาท

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือบัตรเสริมของโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 2ไม่เคยค้างชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแก่โจทก์จำเลยที่ 2ไม่เคยตกลงยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน45,588.17 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 39,368.05 บาท นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2538ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องไม่เกิน5,387.94 บาท สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่ามิได้ตกลงร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์นั้น เห็นว่า เอกสารหมายจ.6 ใบสมัครสมาชิกบัตรเสริมนั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน และข้อความที่ระบุถึงความรับผิดนั้นอยู่ในส่วนประวัติสมาชิกบัตรหลัก และมีผู้ลงชื่อเพียงสมาชิกบัตรหลักคือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ขออนุมัติเท่านั้นคงปรากฏลายมือชื่อจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นประวัติของผู้สมัครบัตรเสริมเท่านั้นและก็มิได้มีข้อความใดระบุว่าผู้สมัครบัตรเสริมคือจำเลยที่ 2 ได้ตกลงยินยอมถึงขนาดยอมตนเข้ารับผิดร่วมกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกบัตรหลักด้วยไม่มีข้อความใด ๆ ในการรับรู้หรือผูกพันตามเอกสารหมาย จ.5ข้อบังคับของสมาชิกภาพนั้นแต่ประการใดด้วย จึงไม่อาจแปลความถึงขนาดให้มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ให้ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ทั้งนางสาวเสาวลักษณ์พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ให้ฟ้องคดีนี้ก็ได้เบิกความตอบทนายจำเลยที่ 2 ถามค้านว่าตามใบสมัครสมาชิกบัตรเสริมเอกสารหมาย

จ.6 จำเลยที่ 2ไม่ได้ตกลงด้วยกับข้อความต่าง ๆ ที่ระบุในเอกสารดังกล่าวร่วมกับจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย วิมลเศรษฐ · พูนศักดิ์ จงกลนี · วิชา มหาคุณ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้