คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญษ มาตรา ๓๖๒, ๓๕๘, ๙๐
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งว่าคดีไม่มีมูลให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาข้อ ๒ ข. ว่า ฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้น
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องมาแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองเข้าไปและปิดกั้นตึกแถวของโจทก์ แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันทำให้ทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ที่อยู่ในตึกแถวเสียหาย โดยโจทก์มิได้บรรยายโดยชัดแจ้งว่า จำเลยทั้งสองกระทำการใดแก่ทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ให้เสียหายหรือทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ด้วยเจตนาทำให้เสียทรัพย์แต่อย่างใด ลำพังแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปและปิดกั้นตึกแถวดังกล่าวโดยมิได้บรรยายว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำการอย่างใดต่อไปอีก จึงย่อมไม่ทำให้เห็นว่าได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ทำลาย หรือทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์แก่ทรัพย์สิ่งของต่าง ๆ ของโจทก์ ที่โจทก์ฎีกาโต้แย้งว่าโจทก์ได้บรรยายแล้วว่า
ทรัพย์สินของโจทก์เสียหายได้เสื่อมค่าจากการปิดกั้นของจำเลย จึงทำให้เข้าใจตามที่บุคคลทั่ว ๆ ไปเข้าใจแล้วว่า ทรัพย์สินที่ต้องเสียหายเพราะมิได้ใช้งานเช่นแบตเตอรี่ก็ดี อาหารย่อมบูดเน่าก็ดีนั้น เห็นว่าความเสียหายของแบตเตอรี่และอาหารเป็นไปตามสภาพของทรัพย์นั้นเอง หาใช่เกิดจากการกระทำของจำเลยแต่อย่างใดไม่ คำบรรยายฟ้องของโจทก์ในข้อนี้จึงถือได้ว่าโจทก์ไม่ระบุถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่า จำเลยกระทำผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕๘ (๕) ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลและพิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วย
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน