Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องแล้วว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลขที่ 1430 ถึงแม้ว่าจะมิได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ แต่การจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องนำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียนและนายทะเบียนจะต้องแต่งย่อรายการไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นอันแก่บุคคลทั้งปวง จึงต้องถือว่าจำเลยทราบวัตถุประสงค์ของโจทก์ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว โจทก์ไม่จำต้องบรรยายวัตถุประสงค์มาในฟ้องอีก

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดและเรียกค่าเสียหาย

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์มิใช่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโจทก์ได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยได้ซื้อที่ดินจากนายสุทิน ชำระเงินให้นายสุทินแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งปรับปรุงที่ดินสิ้นเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ทำนิติกรรมอำพราง รับจำนองที่ดินพิพาทและซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดโดยไม่สุจริต ขอให้ศาลพิพากษาว่าสัญญาจำนองและการซื้อขายทอดตลาดเป็นโมฆะ ให้โจทก์คืนเงิน ๕๕๐,๐๐๐ บาทแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดโดยสุจริต สัญญาจำนองทำกันโดยสุจริต สัญญาจะซื้อขายที่จำเลยมีกับนายสุทินไม่สมบูรณ์ จำเลยมิได้ปรับปรุงที่ดิน ไม่มีสิทธิฟ้อง ฟ้องแย้งเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนสิ่งก่อสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท และส่งมอบให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์จัดการให้ที่ดินกลับสู่สภาพเดิมโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๖๐๐ บาท ยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง แล้ววินิจฉัยประเด็นเรื่องฟ้องเคลือบคลุมว่า ปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้นโจทก์ได้บรรยายฟ้องแล้วว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนเลขที่ ๑๔๓๐ ถึงแม้ว่าจะมิได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ แต่การจัดตั้งบริษัทจำกัดนั้น จะต้องนำหนังสือบริคณห์สนธิไปจดทะเบียนและนายทะเบียนจะต้องแต่งย่อรายการไปลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตามกฎหมายให้ถือว่าเป็นอันรู้แก่บุคคลทั้งปวง จึงต้องถือว่าจำเลยทราบวัตถุประสงค์ของโจทก์ในหนังสือบริคณห์สนธิแล้วโจทก์ไม่จำต้องบรรยายวัตถุประสงค์มาในฟ้องอีก ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม แล้ววินิจฉัยว่าฟังไม่ได้ว่าเป็นนิติกรรมอำพราง และเรื่องค่าเสียหาย หากจำเลยมีสิทธิเรียกร้องอย่างไรก็ชอบที่จะว่ากล่าวเอากับนายสุทิน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชัย ทรัพยวณิช · ชุบ วีระเวคิน · แต่ง ทองภักดี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมศักดิ์ วงศ์ยืน
ศาลอุทธรณ์ - นายชูเชิด รักตะบุตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้