คำฟ้องและคำให้การ
ในครั้งนี้จำเลยต้องถูกลงโทษฐานทำร้ายร่างกายตามกฎหมายอาญา ม. ๒๕๔ จำเลยเคยต้องโทษจำคุกแล้ว ๒ ครั้ง โจทก์จึงขอให้เพิ่มโทษกักกันแก่จำเลยตาม พรบ กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ม. ๘ ๙ ศาลชั้นต้นและ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ส่งตัวไปกักกันไว้ ๓ ปี ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ จำเลยค้านว่าความผิดและคำพิพากษาในเรื่องก่อนเกิดก่อนใช้ พรบ กักกันนั้นเห็นว่าไม่สำคัญ เพราะ พรบ ที่กล่าวแล้ว ไม่มีข้อยกเว้นดังจำเลยกล่าวต้องถือว่าผู้ใดก็ตามที่ต้องคำพิพากษาจำคุกมาไม่น้อยกว่า ๒ ครั้งแล้ว ไม่ว่าเมื่อใดหากมาต้องคำพิพากษาจำคุกเพราะความผิดอาญาอันเป็นเหตุร้ายอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก็นับว่าเป็นผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย และที่จำเลยค้านว่าในขณะที่ศาลพิพากษาคดีครั้งที่ ๓ นี้ จำเลยยังไม่พ้นโทษ ตามคำพิพากษาครั้งที่ ๒ จะเพิ่มโทษกักกันมิได้นั้น เห็นว่า พรบ กักกันกล่าวถึงการรับโทษ จำคุกตามคำพิพากษามิได้จำกัดว่าได้พ้นโทษตามคำพิพากษานั้นแล้วดังจำเลยต่อสุ้จึงให้ยกฎีกาจำเลย