คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๔๙๘ บริษัทแสงอรุณกู้เงินโจทก์โดยวิธีเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์เป็นจำนวนเงิน ๘๐,๐๐๐ บาทกำหนดใช้คืนภายใน ๖ เดือน ถ้าไม่ใช่ยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้น ต่อมาบริษัทแสงอรุณมียอดจำนวนหนี้เป็นลูกหนี้โจทก์มากกว่าจำนวนดังกล่าววันที่ ๙ มกราคม ๒๕๐๐ จึงกู้เงินโดยวิธีเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์อีก ๔๕๐,๐๐๐ บาท กำหนดใช้ภายใน ๖ เดือน ถ้าไม่ใช้ยอมให้คิดดอกเบี้ยทบต้น จำเลยทำหนังสือสัญญาค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีให้ไว้กับโจทก์ ต่อมาศาลแพ่งสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดบริษัทแสงอรุณขอให้จำเลยชำระเงิน ๑,๐๘๙,๔๕๒.๖๓ บาท ฯลฯ
จำเลยให้การว่า สัญญาค้ำประกันลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๔๙๘ ถูกเลิกไปในขณะทำสัญญาค้ำประกันลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๐๐ แล้ว โจทก์ได้รับชำระหนี้ส่วนที่จำเลยจะต้องรับผิดครบถ้วนแล้ว ฯลฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ ๔๕๐,๐๐๐บาท ฯลฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ปัญหาที่ว่า ในสัญญาค้ำประกันฉบับที่ ๒ จำเลยได้ค้ำประกันหนี้ที่บริษัทแสงอรุณ จำกัด ก่อขึ้นเฉพาะภายในกำหนดเวลา ๖ เดือนนับจากวันทำสัญญาเท่านั้น หรือค้ำประกันหนี้ที่มีอยู่ก่อนทำสัญญาค้ำประกันและหนี้ที่เกิดขึ้นในระยะเวลา ๖ เดือน นับจากวันทำสัญญาด้วยหรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๐๐บริษัทแสงอรุณ จำกัด ได้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากธนาคารโจทก์๔๔๗,๑๐๐.๘๓ บาท แล้ววันที่ ๙ มกราคม ๒๕๐๐ บริษัทแสงอรุณ จำกัดได้ขอเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารโจทก์เป็นจำนวนเงินไม่เกิน ๔๕๐,๐๐๐บาท มีกำหนดระยะเวลา ๖ เดือนนับจากวันทำสัญญา ส่วนจำนวนเงินที่เบิกเกินบัญชีไปนั้น ให้ถือตามบัญชีกระแสรายวันของธนาคารเมื่อจำเลยค้ำประกันสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าว จำเลยจึงต้องค้ำประกันในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันทำสัญญา คือจำนวนเงิน ๔๔๗,๑๐๐.๘๓บาท และหนี้ที่ก่อขึ้นภายในกำหนดเวลา ๖ เดือนนับแต่วันทำสัญญาคือ จำนวนเงิน ๙๗,๖๑๖.๘๓ บาท รวมเป็นเงิน ๕๔๔,๗๑๗.๖๖ บาท แต่หนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากพ้นระยะเวลา ๖ เดือนแล้ว
จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบและเมื่อจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันการเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวจำเลยจึงต้องรับผิดในหนี้ดังกล่าว แต่รับผิดเพียงในวงเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น นอกจากนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ความรับผิดของจำเลยไม่จำกัดว่าจำเลยจะต้องรับผิดเพียงดอกเบี้ยในต้นเงิน ๙๗,๖๑๖.๘๓ บาทเท่านั้น จำเลยต้องรับผิดทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยทบต้นตามบัญชีกระแสรายวันเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ซึ่งบริษัทแสงอรุณ จำกัดเป็นหนี้อยู่เกินกว่า ๔๕๐,๐๐๐ บาท แต่จำเลยคงรับผิดทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยเพียงในวงเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาท สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัทแสงอรุณจำกัด มีวงเงินไม่เกิน ๔๕๐,๐๐๐ บาทก็จริงอยู่ แต่ก็ได้ระบุกำหนดระยะเวลาไว้ ๖ เดือน เมื่อครบกำหนดระยะเวลา
บริษัทแสงอรุณ จำกัดหรือจำเลยไม่ชำระหนี้ดังกล่าว จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันจึงต้องรับผิดในดอกเบี้ยทบต้นของจำนวนเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาทนี้ต่อไปอีก จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๐๖ และดอกเบี้ยธรรมดาในยอดเงิน ๔๕๐,๐๐๐ บาทที่รวมกับดอกเบี้ยทบต้นดังกล่าวตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ส่วนระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๖ ถึงวันฟ้อง โจทก์หามีเจตนาเรียกร้องเอาดอกเบี้ยไม่ จำเลยจึงไม่ต้องชำระให้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน