Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13103/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2532 โจทก์มีคำสั่งที่ 388/2532 แต่งตั้งจำเลยเป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีผลิตภัณฑ์นมของโจทก์สูญหาย จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของโจทก์ที่กำหนดให้ทำการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการสอบสวนรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ถ้ายังสอบสวนไม่เสร็จต้องขออนุมัติขยายเวลาสอบสวนจากผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีกคราวละไม่เกิน 30 วัน แต่ต้องมิให้คดีขาดอายุความ และให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอผลการสอบสวนต่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพร้อมเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นซึ่งต้องระบุด้วยว่าผู้ใดเป็นผู้รับผิดโดยตรงและผู้ใดร่วมรับผิด จำเลยสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเสนอผู้อำนวยการของโจทก์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 อันเป็นเวลาหลังจากที่ได้รับแต่งตั้งถึง 4 ปีเศษ โดยไม่ปรากฏว่ามีการขอขยายระยะเวลาการสอบสวน และจำเลยไม่ได้ระบุว่าผู้ใดเป็นผู้ที่ต้องรับผิดโดยตรง ซึ่งเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับของโจทก์ การที่ผู้อำนวยการของโจทก์ได้รับสำนวนสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากจำเลยย่อมเห็นเป็นประจักษ์ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า เนิ่นนานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับซึ่งเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการสอบสวน จึงต้องถือว่าการทำผิดหน้าที่ของจำเลยเกิดขึ้นอย่างช้าในวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 อันเป็นเวลาที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ข้ออ้างของโจทก์ที่ให้จำเลยรับผิดมีมูลฐานมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสอบสวน อันเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 พ้นระยะเวลา 10 ปี คดีโจทก์ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 784,566.07 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่าคดีขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องตั้งรูปเรื่องให้จำเลยรับผิดโดยกล่าวอ้างว่าเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2532 โจทก์มีคำสั่งที่ 388/2532 แต่งตั้งจำเลยเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีผลิตภัณฑ์นมโครงการเชียงใหม่ของโจทก์ขาดหาย จำเลยกระทำผิดหน้าที่โดยปกปิดและเก็บสำนวนสรุปการสอบสวนไว้ เป็นเหตุให้คดีที่โจทก์ฟ้องนายปรีชา ผู้ที่ต้องรับผิดทางแพ่งต่อโจทก์ขาดอายุความ การกระทำของจำเลยเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผิดสัญญาจ้างแรงงาน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ข้ออ้างของโจทก์เพื่อให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์จึงมีมูลฐานมาจากการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยในฐานะที่เป็นประธานกรรมการสอบสวน

อันเป็นการผิดสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีกำหนด 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งอายุความให้เริ่มนับแต่ขณะที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตามมาตรา 193/12 จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2532 จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ว่าด้วยความรับผิดทางแพ่ง (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2515 ข้อ 5 ที่กำหนดให้คณะกรรมการสอบสวนทำการสอบสวนให้เสร็จสิ้นภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่ประธานกรรมการสอบสวนรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ แต่ถ้ายังสอบสวนไม่เสร็จจะขออนุมัติผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อขยายเวลาสอบสวนต่อไปอีกคราวละไม่เกิน 30 วัน

ก็ได้ตามที่เห็นสมควรแต่ต้องมิให้คดีขาดอายุความ เมื่อผู้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอนุญาตแล้วให้รายงานการขยายเวลาการสอบสวนให้คณะกรรมการ อ.ส.ค. ทราบทุกครั้ง และในข้อ 6 ที่กำหนด ให้คณะกรรมการสอบสวนเสนอผลการสอบสวนต่อผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนพร้อมทั้งเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นดังนี้ 1) ความเป็นมาของกรณีที่เกิดการทุจริตหรือการเสียหาย 2) ผู้ใดเป็นผู้รับผิดโดยตรงและผู้ใดร่วมรับผิด 3) มีการปฏิบัติละเมิดกฎหมายข้อบังคับ มติคณะกรรมการ ระเบียบและคำสั่งตลอดจนแบบธรรมเนียม และวิธีปฏิบัติในทางที่ชอบที่ควรหรือไม่ประการใด ๆ 4) ความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนและสาระสำคัญอื่นๆ ที่เห็นว่าจำเป็น ทั้งนี้ให้แนบหลักฐานเอกสารต่างๆ

ประกอบสำนวนการสอบสวนไปพร้อมกับรายงานผลการสอบสวน เมื่อได้ความว่าจำเลยสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเสนอผู้อำนวยการของโจทก์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 อันเป็นระยะเวลาหลังจากที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสอบสวนถึง 4 ปีเศษ โดยไม่ปรากฏว่ามีการขอขยายระยะเวลาการสอบสวน ทั้งในการสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 จำเลยมิได้ระบุว่าผู้ใดเป็นผู้ที่ต้องรับผิดโดยตรงการกระทำของจำเลยจึงเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2515 ข้อ 5 และข้อ 6 การที่ผู้อำนวยการของโจทก์ได้รับสำนวนสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากจำเลยแล้วย่อมเป็นที่เห็นได้โดยประจักษ์ว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า

เนิ่นนานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับอันเป็นการปฏิบัติผิดหน้าที่ในฐานะประธานกรรมการสอบสวน จึงต้องถือว่าการทำผิดหน้าที่ของจำเลยเกิดขึ้นอย่างช้าในวันที่ 4 พฤษภาคม 2537 อันเป็นเวลาที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 พ้นระยะเวลา 10 ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความ ที่ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระพงศ์ จิระภาค · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุนทร ทรงฤกษ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายศรศักดิ์ กุลจิตติบวร
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.2082/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ928/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ5682/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2568

โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696282)

ผู้คัดค้านยื่นคำเสนอข้อพิพาทกล่าวอ้างว่าผู้ร้องปฏิบัติผิดสัญญาจ้างงานบริการวิศวกรรมที่ปรึกษาอันถือเป็นสัญญาจ้างทำของ และเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุที่ปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าว ซึ่งไม่มีกฎหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2563

ตามคำฟ้องของโจทก์เรียกเงินราคาในส่วนที่ขาดจากการขายทอดตลาด เนื่องจากจำเลยผู้สู้ราคาสูงสุดละเลยเสียไม่ใช้ราคาเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องนำเอาที่ดินพิพาททั้งสามแปลงออกขายทอดตลาดซ้ำ และได้เงินสุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2561

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ฉบับปกติและฉบับยื่นเพิ่มเติมสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีพิพาท โดยกรอกรายการรายได้ส่วนที่ได้รับการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีไว้ในแบบแสดง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8755/2558

เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อย่อมอาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อชดใช้ราคารถที่เช่าซื้อส่วนที่ขาดหรือค่าขาดราคาได้นับแต่วันเลิกสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 ซึ่งเป็นวันที่อาจบังคับตามสิท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้