Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1312/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 5 ร่วมไปในการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางกับจำเลยอื่น ทั้งร่วมไปดูเงินของฝ่ายผู้ซื้อและเดินกลับไปด้วยกันโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยอื่นกำลังร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะที่ทุกคนมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิด ถือได้ว่าจำเลยที่ 5 เป็นตัวการ หาใช่ผู้สนับสนุนไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 83 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 89 ป.อ. มาตรา 86

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งห้าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 10,000 เม็ด น้ำหนักรวม 758 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 124.3 กรัม เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ในครอบครองเพื่อขายและร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อในราคา 500,000 บาท โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 4, 6, 13 ทวิ, 62, 89, 106, 106 ทวิ, 116ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 4และที่ 5 ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

พ.ศ. 2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง,89 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 18 ปีลดโทษให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละกึ่งหนึ่ง และลดโทษให้จำเลยที่ 3ถึงที่ 5 คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 9 ปี และจำคุกจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 คนละ 12 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขคำขออื่นให้ยกจำเลยที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 และที่ 5 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชาญชัยไม่เป็นพิรุธแต่อย่างใด ลำพังคำเบิกความของจ่าสิบตำรวจชาญชัยมีน้ำหนักรับฟังได้อยู่แล้ว ข้ออ้างของจำเลยที่ 4 เลื่อนลอย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้นสำหรับจำเลยที่ 5 ฎีกาเพียงข้อเดียวว่า การกระทำของจำเลยที่ 5เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเท่านั้น มิใช่ตัวการขอให้กำหนดโทษจำเลยที่ 5 ให้เบาลง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 5 มิได้โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา จึงรับฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยที่ 5 ไปที่ที่เกิดเหตุพร้อมกับจำเลยที่ 4 และไปกับจำเลยที่ 3 และที่ 4 เพื่อดูเงินในรถของจ่าสิบตำรวจชาญชัยในครั้งหลัง แล้วเดินไปที่ประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้าต่อมาจำเลยที่ 5 ก็ถูกจับกุมในบริเวณนั้น ดังนี้ การที่จำเลยที่ 5 ร่วมไปในการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางกับจำเลยอื่น ทั้งร่วมไปดูเงินของฝ่ายผู้ซื้อและเดินกลับไปด้วยกันโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยอื่นกำลังร่วมกันขายเมทแอมเฟตามีน เช่นนี้เห็นได้ว่า เป็นการแบ่งหน้าที่กันทำในลักษณะที่ทุกคนมีเจตนาร่วมกันกระทำความผิด การกระทำของจำเลยที่ 5 จึงถือได้ว่าเป็นตัวการ

หาใช่ผู้สนับสนุนไม่ อย่างไรก็ตามเห็นว่า จำเลยที่ 5 เป็นหญิงการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดมีเพียงร่วมไปด้วยและไปดูเงินของผู้ซื้อเท่านั้น สมควรกำหนดโทษให้เบากว่าจำเลยอื่นพิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ 5 ให้ลงโทษจำคุก 12 ปีเมื่อลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 5 ไว้มีกำหนด 8 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · กำพล ภู่สุดแสวง · สุรชาติ บุญศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6549/2554

พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่า 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางที่พยานโจทก์ทั้งสามยึดได้ในขณะจับกุมจำเลยทั้งสองที่ห้องพักโรงแรมที่เกิดเหตุถูกแบ่งมาจาก 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2549

จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีอีเฟดรี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7830/2544

การที่จำเลยกระทำผิดอาญาคดีนี้ขึ้นอีกในระหว่างได้รับการพักการลงโทษเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขแห่งการพักการลงโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ฯ กฎกระทรวงมหาดไทย ข้อ 93ออกตามความในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ฯ มาตรา 58…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9134/2538

จำเลยทั้งสองทำงานที่บริษัทเดียวกัน เมื่อจำเลยที่ 1ทราบว่าสายลับมาขอซื้อเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 1 ได้เรียกจำเลยที่ 2 มาขายให้แก่สายลับ และร่วมกับจำเลยที่ 2 ในการ เจรจาราคาจากเม็ดละ 20 บาท เป็นเม็ดละ 25…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5857/2537

จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นสามีภริยากัน จำเลยที่ 3 เป็นบุตรเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ที่บ้านไม่มีเลขที่พบของกลาง เครื่องมือใช้ผลิตแอมเฟตามีน 27 รายการ และค้นบ้านเลขที่ 377 ซึ่งอยู่ห่างไป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้