Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลพิพากษาว่าเป็นโมฆะแล้วนั้น มีผลเท่ากับสัญญาไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ดังนั้น แม้จำเลยทั้งสองจะร่วมกันเติมข้อความลงในช่องว่างที่เว้นไว้ในสัญญาผิดไปจากข้อตกลงและเบิกความยืนยันข้อความนั้นต่อศาลก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับ ความเสียหายแต่ประการใด โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยฐานปลอมเอกสารและเบิกความเท็จ การที่จำเลยเบิกความเท็จต่อศาลว่า เจ้ามรดกกู้เงินผู้อื่นและจำเลยเป็นผู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยแทนเจ้ามรดกนั้น หาใช่เป็นข้อสาระสำคัญในการฟ้องขอแบ่งมรดกแต่ประการใดไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิและร่วมกันเบิกความเท็จในคดีแพ่งและนำสืบ ใช้หรืออ้างเอกสารสิทธิที่ร่วมกันปลอมแปลงต่อศาล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,84, 90, 177, 180, 264, 265 และ 268

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ความว่า โจทก์เป็นบุตรคนหนึ่งของนายชั้วและนางชลอน นุชท่าโก หลังจากนางชลอนถึงแก่กรรมแล้วนายชั้วได้แต่งงานกับจำเลยที่ 1 เมื่อ พ.ศ. 2513 และมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงชีวารัตน์หรือชีวรัตน์ ต่อมาวันที่12 มิถุนายน 2523 นายชั้ว ถึงแก่กรรม วันที่ 14 สิงหาคม 2523โจทก์ นางบุษกร นุชท่าโก นายบัณฑิต นุชท่าโก นายสัมพันธ์นุชท่าโก และนายสมชาย นุชท่าโก กับจำเลยที่ 1และบุตรได้ทำหนังสือสัญญาประนีประนอมแบ่งมรดกของนายชั้ว วันที่ 11 มิถุนายน 2524 โจทก์ นางบุษกรและนายบัณฑิตเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอแบ่งมรดกของนายชั้วจำเลยที่ 1 ยกสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวขึ้นเป็นข้อต่อสู้ปรากฏตามเอกสารหมาย

ล.6 ในสำนวนคดีแพ่งแดงที่ 55/2525 ต่อมาวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2525 นางกำไร จึงเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 เป็นคดีเรื่องนี้กล่าวหาว่าร่วมกันปลอมโดยเพิ่มเติมข้อความในหนังสือสัญญาประนีประนอม และเบิกความเท็จเกี่ยวกับหนังสือสัญญาประนีประนอมดังกล่าวซึ่งผลที่สุดศาลฎีกาพิพากษาว่าหนังสือสัญญาประนีประนอมตามเอกสารหมาย ล.6 ในคดีแพ่งแดงที่55/2525 เป็นโมฆะจากที่ได้ความดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อสัญญาประนีประนอมตามเอกสารหมาย ล.6 เป็นโมฆะตามคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งมีผลเท่ากับว่า หนังสือสัญญาประนีประนอมไม่มีผลมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นถึงแม้หากจำเลยทั้งสองจะได้ร่วมกันเพิ่มเติมเลขที่ น.ส.3 และ น.ส.3ก. ลงในช่องว่างที่เว้นไว้ผิดไปจากข้อตกลง และเบิกความยืนยันข้อความในหนังสือสัญญาประนีประนอมนั้นก็จะไม่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่ประการใด

ส่วนในข้อที่ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จว่า นายชั้วกู้เงินนายชำนาญ 100,000 บาท และจำเลยที่ 1 เป็นผู้ชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยเป็นเงิน 160,000 บาทนั้นก็หาใช่เป็นข้อสาระสำคัญในการฟ้องขอแบ่งมรดกแต่ประการใดไม่ ดังนั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 951/2531

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งหกเบิกความเท็จ และแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ในคดีที่จำเลยที่ 2 ร้องขอให้ศาลสั่งว่า อ. เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และขอให้ตั้งจำเลยที่ 2 เป็นผู้พิทักษ์ กับคดีที่จำเลยที่ 2 ร้องขอให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3991/2549

ความเสียหายที่เกิดขึ้นสำหรับความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิจะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะข้อความแห่งเอกสารสิทธินั้น แต่ข้อความในเอกสารสิทธิที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกปลอมไม่มีข้อความเกี่ยวถึงตัวผู้ร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2530

โจทก์จำเลยต่างรับราชการครูโรงเรียนเดียวกัน วันเกิดเหตุโจทก์ไปถึงโรงเรียนก่อนจำเลยและลงเวลามาทำงานว่า 8.00 นาฬิกา จำเลยลบเวลาที่โจทก์เขียนไว้ออกแล้วเขียนทับลงไปว่า 7.46 นาฬิกา เป็นการแก้ว่าโจทก์มาทำงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2517

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2 ร่วมกันกระทำผิด โดยจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอใบสุทธิโดยไม่มีหลักฐานการสอบไล่ได้ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นครูใหญ่กรอกข้อความอันเป็นเท็จรับรองในแบบสอบสวนขอรับใบสุทธิหรือใบแทนเกิน 10 ปี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6181/2567

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้