Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13157/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดค่าเสียหายเพิ่มจากที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดไว้ให้เป็นจำนวนตามคำฟ้องของโจทก์นั้น แม้จำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ชำระเพิ่มขึ้นไม่ถึง 200,000 บาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 41 แต่เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ส่งมายังศาลฎีกาแล้ว และปรากฏว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวจึงรับพิจารณาให้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 44 จำเลยที่ 5 ยื่นคำแก้อุทธรณ์ แต่อ้างถึงเหตุที่จำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดเพื่อให้ยกฟ้อง กรณีเช่นนี้ต้องยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เมื่อยื่นเป็นคำแก้อุทธรณ์มาโดยไม่ชอบ จึงไม่วินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวน 472,192 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี คิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 486,842.88 บาท กับชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 472,192 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 284,793.40 บาท ให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมรับผิดเป็นเงินจำนวน 246,713.40 บาท ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดเป็นเงินจำนวน 38,080 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินที่จำเลยแต่ละรายต้องรับผิด นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยแต่ละรายใช้แทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี กำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันรับฟังยุติว่า โจทก์รับประกันภัยการขนส่งสินค้าเครื่องจักรไอน้ำแบบท่อพร้อมอุปกรณ์ของบริษัทพรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด จากโรงงานของผู้ขายที่เมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน จนถึงโรงงานของผู้เอาประกันภัย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดสมุทรสาคร ในวงเงิน 10,489,497.76 บาท โดยจำเลยที่ 1 รับเป็นผู้ดำเนินพิธีการทางศุลกากร และขนสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพไปยังโรงงานของผู้เอาประกันภัย มีจำเลยที่ 2 และที่ 4 นำรถบรรทุกรวม 6 คัน ไปบรรทุกสินค้าเครื่องจักรพิพาทให้ ปรากฏว่ารถบรรทุกของจำเลยที่ 2 ที่บรรทุกส่วนล่างของตัวเครื่องจักร

เบียดราวสะพานก่อนเข้าโรงงานผู้เอาประกันภัย ทำให้แผ่นโลหะล็อกเครื่องจักรคดงอ และรถบรรทุกของจำเลยที่ 4 ที่บรรทุกส่วนบนของตัวเครื่องจักร ชนคานสะพานลอยข้ามถนน ทำให้ท่อรับน้ำหนัก หน้าแปลนสำหรับต่อเกจวัดแรงดัน หน้าแปลนสำหรับต่อระบบไอน้ำ หน้าแปลนสำหรับต่อท่อจ่ายไอน้ำสำรองและหน้าแปลนสำหรับต่อท่อจ่ายน้ำไปใช้งานชำรุด ผู้เอาประกันภัยให้ผู้ผลิตดำเนินการซ่อมแซม แต่ผู้ผลิตให้บริษัทเจียงซู ไตฮู บอยเลอร์ จำกัด ดำเนินการให้ สิ้นเงินไป 12,400 ดอลลาร์สหรัฐ โจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเป็นเงิน 472,192 บาท และเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัย มีปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ในส่วนจำนวนเงินค่าเสียหายที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้กำหนดเพิ่มจากที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางกำหนดไว้ให้เป็นจำนวนตามคำฟ้องของโจทก์

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ 284,793.40 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมรับผิด 246,713.40 บาท กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิด 38,080 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินที่แต่ละคนต้องรับผิดนับแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อโจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยทั้งห้ารับผิดชำระเงินแก่โจทก์เพิ่มขึ้นโดยให้ชำระเต็มตามคำฟ้องจำนวน 486,842.88 บาท ดังนี้ แม้ในส่วนความรับผิดตามคำพิพากษาของจำเลยที่ 1 เมื่อคิดดอกเบี้ยตามคำพิพากษาจนถึงวันฟ้องรวมด้วยอีก 8,836.39 บาท แล้วก็ตาม จำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ชำระเพิ่มขึ้นไม่ถึง 200,000 บาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาเท็จจริงตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 41

โจทก์อุทธรณ์ในข้อนี้สรุปว่า ก่อนซ่อมแซมเครื่องจักรผู้เอาประกันภัยแจ้งแก่จำเลยที่ 1 ถึงจำนวนค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม และแจ้งด้วยว่าไม่สามารถซ่อมแซมโดยช่างคนไทยกับใช้อะไหล่ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยไม่ได้ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือคัดค้าน และการที่ผู้เอาประกันภัยตกลงให้ผู้ผลิตเครื่องจักรเป็นผู้ซ่อมแซมมิใช่เพราะเหตุผลเพื่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังประกอบด้วยเหตุผลดังที่พยานโจทก์เบิกความเป็นทำนองเดียวกันอีกหลายประการคือ ผู้ผลิตเป็นผู้ออกแบบเครื่องจักรจึงรู้ลักษณะของวัสดุที่นำมาผลิตได้เป็นอย่างดี รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของโครงสร้างทั้งหมด สามารถปรับวิธีการซ่อมได้ และผู้ผลิตสามารถรับประกันได้ หากเกิดปัญหาการใช้งานในภายหลัง

ผู้เอาประกันภัยก็สามารถเรียกร้องให้ผู้ผลิตแก้ไขได้ ดังนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามทางนำสืบว่าผู้เอาประกันภัยไม่อาจหาผู้ซ่อมเครื่องจักรพิพาทในประเทศไทยได้ และการซ่อมโดยช่างในประเทศไทยจะไม่ปลอดภัยอย่างไร นั้น เป็นกรณีที่ยังไม่ได้พิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ให้ครบถ้วน และตามพยานหลักฐานของโจทก์แสดงให้เห็นได้ว่า การที่ผู้เอาประกันภัยขอให้ผู้ผลิตสินค้าซ่อมแซมตามเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างสมเหตุสมผล เพราะสินค้าเครื่องจักรไอน้ำซึ่งย่อมมีความร้อนสูงนี้หากไม่อยู่ในสภาพที่ดีก็จะเกิดผลเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยที่ใช้เครื่องจักรนี้ผลิตสินค้าและที่สำคัญอาจเกิดอันตรายขึ้นได้

ทั้งการได้รับความมั่นใจด้วยการรับประกันจากผู้ผลิตก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน เมื่อผู้ผลิตสั่งการควบคุมให้บริษัทเจียงซู ไตฮู บอยเลอร์ จำกัด มาดำเนินการซ่อมแซมให้ในประเทศไทยก็ย่อมเป็นที่มั่นใจในประสิทธิภาพการซ่อมแซมและการรับรองดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้เครื่องจักรไอน้ำมีขนาดใหญ่มีราคาสูง การซื้อชิ้นส่วนอะไหล่ที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมและการจัดช่างมาซ่อมแซมเพียง 5 คน มีเหตุผลที่เหมาะสมต่อการซ่อมแซมครั้งนี้ และฝ่ายจำเลยมีเพียงกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยที่ 4 เพียงคนเดียวที่มาเบิกความ ซึ่งก็เป็นเพียงคำเบิกความลอย ๆ จากการคาดคิดของพยานเอง ปราศจากรายละเอียดและเหตุผลให้น่าเชื่อ และไม่มีพยานหลักฐานโต้แย้งว่ารายการค่าใช้จ่ายต่าง

ๆ ในการซ่อมแซมตามรายละเอียดในใบเสนอราคา มีส่วนใดรายการใดไม่ถูกต้องไม่จำเป็นหรือราคาส่วนใดสูงผิดปกติ ดังนี้ย่อมไม่มีเหตุผลที่เพียงพอจะฟังว่าค่าซ่อมแซมตามที่โจทก์เรียกร้องมานั้นสูงเกินสมควรแล้วควรกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์ได้รับเพียงร้อยละ 60 ของค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้องมา ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามา โดยแม้คดีในส่วนอุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จะต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวมาข้างต้นก็ตาม แต่เมื่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ส่งมายังศาลฎีกาแล้ว และปรากฏว่าศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวจึงรับพิจารณาให้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 44 ซึ่งอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น ดังนี้จำเลยที่ 1 ผู้รับจ้างขนส่งสินค้าทั้งหมดจากผู้เอาประกันภัยจึงต้องรับผิดชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในต้นเงินเป็นจำนวน 472,192 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 4 เป็นผู้รับจ้างขนส่งต่อเท่านั้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดเฉพาะในส่วนที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องจักรส่วนล่าง

ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 ต้องร่วมรับผิดเฉพาะค่าเสียหายของสินค้าในค่าอะไหล่และค่าซ่อมรายการที่ 1 ถึงที่ 4 และที่ 5 ถึงที่ 12 ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยส่วนของความรับผิดไว้ โดยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิด 2,400 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาทในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 38.08 บาท เป็นเงิน 91,392 บาท และจำเลยที่ 4 กับที่ 5 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 373,184 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ยื่นคำแก้อุทธรณ์ แต่อ้างถึงเหตุที่จำเลยที่ 5 ไม่ต้องรับผิดเพื่อให้ยกฟ้อง กรณีเช่นนี้ต้องยื่นอุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางซึ่งเมื่อยื่นเป็นคำแก้อุทธรณ์มาโดยไม่ชอบ จึงไม่วินิจฉัยให้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นอุทธรณ์มีเพียง 193,213.09 บาท ดังนั้น ที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นนี้โดยคิดจากทุนทรัพย์ 447,565.78 บาท จึงเป็นการเสียค่าขึ้นศาลเกินมาจึงต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่โจทก์เสียเกินมาให้แก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 472,192 บาท โดยในจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระแก่โจทก์นี้ ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดด้วยเพียง 91,392 บาท และจำเลยที่ 4 กับที่ 5 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยเพียงจำนวน 373,184 บาท กับให้จำเลยทั้งห้าชำระดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินในจำนวนที่แต่ละคนต้องชำระแก่โจทก์ นับแต่วันที่ 25 มกราคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คือเฉพาะในส่วนค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ส่วนที่คิดเกินจากทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์ 193,213.09 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้นอกจากที่ศาลสั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · อร่าม เสนามนตรี · ปริญญา ดีผดุง
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางเสาวลักษณ์ จุลมนต์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)170/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค125/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค186/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้