คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๒, ๒๘๔, ๒๘๖
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง สืบตัวโจทก์ไปได้ ๑ ปาก โจทก์จะขอสืบพยานนายอนันต์อีก ๑ ปาก แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว ให้งดสืบพยานแล้วยกฟ้องโจทก์เสีย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปแล้วสั่งหรือพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๑๖๕ วรรค ๓ ก่อนศาลประทับฟ้องมิให้ว่า จำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปแล้วสั่งหรือพิพากษาใหม่จึงเป็นเรื่องระหว่างศาลกับโจทก์จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย