Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13199/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคสี่ บัญญัติเพื่อมุ่งประสงค์ที่จะห้ามมิให้นำคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ ๑ มารับฟังประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยที่ 1 เท่านั้น คำให้การในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่พาดพิงถึงจำเลยที่ 2 ว่าร่วมกระทำความผิด แม้เป็นพยานบอกเล่าและเป็นคำซัดทอดเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากการซัดทอดถึงจำเลยที่ 2 ก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์ส่งอ้างเป็นพยานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 226 โดยชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามกฎหมาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2) (ที่ถูก มาตรา 15 วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และปรับคนละ 1,000,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสี่ โดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 เมื่อลดโทษแล้วคงจำคุกคนละ 37 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 750,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางส่วนคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 นั้น

เนื่องจากได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป ให้ล้างมลทินแก่ผู้ต้องโทษในกรณีความผิดซึ่งได้กระทำก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษกรณีความผิดนั้น ๆ ดังนี้จึงไม่อาจเพิ่มโทษแก่จำเลยที่ 1 ได้ ให้ยกคำขอในส่วนนี้

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันไม่มีพิรุธแต่ประการใด ขั้นตอนต่าง ๆ ในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสองดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นไปในระยะเวลาใกล้ชิดและต่อเนื่องกัน ปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่าหลังจากจำเลยที่ 1ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพต่อเจ้าพนักงานตำรวจในทันทีทันใด โดยยืนยันว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายชาย การที่จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมในทันทีทันใดและให้ข้อเท็จจริงต่อเจ้าพนักงานตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 2 นั้น

เชื่อว่า จำเลยที่ 1 ยังไม่มีเวลาจะไตร่ตรองเพื่อแต่งเติมคำให้การให้ผิดไปจากความเป็นจริง ทั้งจำเลยที่ 1 ยังเขียนคำให้การรับสารภาพด้วยลายมือของตนเองอีกด้วย ข้อเท็จจริงในคดีรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ให้การต่อพนักงานตำรวจในชั้นจับกุมด้วยความสมัครใจ โดยยืนยันว่าจำเลยทั้งสองรับเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายแดงลูกน้องของนายชายเพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้า คำให้การในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 แม้เป็นพยานบอกเล่าและเป็นคำซัดทอดก็รับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ให้มีน้ำหนักได้ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากการซัดทอดถึงจำเลยที่ 2 ทั้งมีเหตุผลอยู่ในตัวว่าหากจำเลยทั้งสองไม่ได้รับเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายแดงเพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ลูกค้า

ก็ไม่น่าจะเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ให้การพาดพิงถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งนั่งรถยนต์มากับจำเลยที่ 1 ในวันเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่าคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นจับกุมในส่วนที่พาดพิงถึงจำเลยที่ 2 เป็นความจริงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 84 วรรคสี่ บัญญัติว่า "ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ถูกจับให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับ หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจในชั้นจับกุมหรือรับมอบตัวผู้ถูกจับ ถ้าถ้อยคำนั้นเป็นคำรับสารภาพของผู้ถูกจับว่าตนได้กระทำความผิด ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน แต่ถ้าเป็นถ้อยคำอื่น จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้ต่อเมื่อได้มีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือตามมาตรา 83 วรรคสอง แก่ผู้ถูกจับ แล้วแต่กรณี"

กฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะห้ามมิให้นำคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 มารับฟังประกอบการพิจารณาลงโทษจำเลยที่ 1 เท่านั้น บันทึกการจับกุม ใบเสร็จรับเงิน ฝาก/ถอนต่างสำนักงาน และคำรับสารภาพ เป็นพยานหลักฐานที่เจ้าพนักงานผู้จับได้จัดทำขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ก็ได้ส่งอ้างเป็นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 โดยชอบแล้ว จึงนำบันทึกการจับกุม และใบเสร็จรับเงิน ฝาก/ถอน ต่างสำนักงาน คำรับสารภาพ มารับฟังเป็นพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาสำหรับการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ได้ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพยานโจทก์มีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 2 มาก่อน จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งใส่ร้ายจำเลยที่ 2 ให้รับโทษทางอาญา

เมื่อนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่ 1 ตามบันทึกการจับกุม ใบเสร็จรับเงิน ฝาก/ถอนต่างสำนักงาน และคำรับสารภาพมาวินิจฉัยประกอบกับคำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบไปด้วยเหตุผลมีน้ำหนักมั่นคง รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พยานหลักฐานของจำเลยที่ 2 ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กษิดิ์เดช จีนสลุต · สุนันท์ ชัยชูสอน · จักรกฤช เจริญเลิศ
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายธัญญวรรตร์ วงศ์รัตน์
ศาลอุทธรณ์ - นายยงยุทธ แสงรุ่งเรือง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.1724/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อย3981/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อย431/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6820/2567

การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การต่อผู้ดำเนินกรรมวิธีซักถามในฐานะผู้ถูกดำเนินกรรมวิธีหรือผู้ต้องสงสัย และให้การต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน มิใช่คำให้การของผู้ถูกจับที่ให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับเพราะขณะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10546/2558

เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ครบองค์ประกอบข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2548

บทบัญญัติ ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคสุดท้ายที่แก้ไขใหม่ไม่มีผลย้อนหลังไปกระทบกระทั่งถึงคำรับสารภาพในชั้นจับกุมของจำเลยที่เจ้าพนักงานผู้จับได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายและโจทก์ได้ส่งอ้างเป็นพยานหลักฐานตามมาตรา 226…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2536

ร.ต.อ.อุทัยได้ทำการตรวจค้นบริเวณด้านหลังอู่ที่พบชิ้นส่วนเครื่องรับวิทยุของกลางภายหลังวันที่จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวนแล้ว จึงมิใช่กรณีของการค้นที่อยู่ของผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมหรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3243/2528

ขณะที่ร้อยตำรวจตรี พ.ควบคุมตัวส. ผู้ต้องหา ในข้อหาไม่ยืนทำความเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเป็นความผิดมีโทษตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พุทธศักราช 2485 จะนำขึ้นรถยนต์ไปสถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดีจำเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้